<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"><channel><title><![CDATA[Iyawat's Blog]]></title><description><![CDATA[Iyawat's Blog]]></description><link>http://blog.iyawat.com/</link><image><url>http://blog.iyawat.com/favicon.png</url><title>Iyawat&apos;s Blog</title><link>http://blog.iyawat.com/</link></image><generator>Ghost 2.23</generator><lastBuildDate>Mon, 27 Oct 2025 18:08:17 GMT</lastBuildDate><atom:link href="http://blog.iyawat.com/rss/" rel="self" type="application/rss+xml"/><ttl>60</ttl><item><title><![CDATA[ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด]]></title><description><![CDATA[ใคร ๆ ก็ไปญี่ปุ่น ยิ่งหลังจากประเทศญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย ทั้งทัวร์ใหญ่และทัวร์เล็กก็พานักเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นกันมากขึ้น]]></description><link>http://blog.iyawat.com/hokkaido/</link><guid isPermaLink="false">5f9ca53e4cdbeb07bf7471b8</guid><category><![CDATA[ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น]]></category><category><![CDATA[Travel]]></category><dc:creator><![CDATA[คุณขาว]]></dc:creator><pubDate>Fri, 30 Oct 2020 23:50:28 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07685-1.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07685-1.jpg" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"><p>ใคร ๆ ก็ไปญี่ปุ่น ยิ่งหลังจากประเทศญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย ทั้งทัวร์ใหญ่และทัวร์เล็กก็พานักเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นกันมากขึ้น</p><p>นอกจากเที่ยวกับทัวร์แล้ว การขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นก็เริ่มเป็นที่นิยม เพราะการขับรถ ในญี่ปุ่นจะขับชิดซ้ายเช่นเดียวกับเมืองไทย ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ญี่ปุ่นจะเป็นรถพวงมาลัย อยู่ด้านขวาซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของนักขับไทย</p><p>คนไทยที่จะไปขับรถในญี่ปุ่น จะต้องได้รับใบอนุญาตขับรถสากล หรือ International Driver License ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ของไทยอยู่แล้ว สามารถไปขอ ทําใบอนุญาตขับรถสากลได้ที่กรมการขนส่งทางบก การขับรถในญี่ปุ่นควรปฏิบัติตามกฎจราจร อย่าง เคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเร็วเกินกําหนดจะมีโทษปรับแพงมาก ๆ ครับ</p><p>ระบบ GPS ช่วยให้การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นได้สะดวก ถึงที่หมายได้รวดเร็วปลอดภัย เพราะจุดหมายปลายทางที่เราต้องการจะไปไมว่าจะเป็นโรงแรมที่พักร้านอาหารแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้าฯลฯ ต่างก็มีรหัสโลเคชั่น ซึ่งเมื่อตั้งรหัสที่หมายปลายทางแล้ว แผนที่ GPS ก็จะปรากฏ บนจอ เมื่อขับรถตามลูกศรในแผนที่ ก่อนถึงจุดเลี้ยว จะมีเสียงเตือนเป็นภาษาที่เราตั้งโปรแกรมไว้ คณะเราตั้งโปรแกรมเสียงเป็นภาษาอังกฤษเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีโปรแกรมภาษาไทย</p><p>ทริปนี้เราไปกัน ๕ คน ประกอบด้วยคุณพ่อที่เป็นคนจัดทริปและเป็นผู้ขับ คุณแม่ และลูกสาว ๕ ขวบ และคุณปู่กับคุณย่าที่เป็น สว. (ผู้สูงวัย) คณะเราจองรถยนต์ Miniavan ของ MAZDA ไว้ สามารถโดยสารได้ ๗ คน แต่คณะเรา ๕ คน ผู้ใหญ่ ๔ เด็ก ๑ จึงโดยสารกัน สบาย ๆ ก่อนมอบรถให้ผู้เช่า เจ้าหน้าที่บริษัทรถเช่าจะพาไปตรวจสภาพรถ เพื่อการตรวจสอบ ตอนนํารถมาคืน บริษัทจะเติมน้ํามันไว้ให้เต็มถัง โดยในวันคืนรถผู้เช่าจะต้องเติมน้ํามันมา ให้เต็ม ถังเช่นกัน มิฉะนั้นจะต้องเสียค่าปรับในอัตราสูง</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07426.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07435.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07443.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07445.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07461.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07465.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07464.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07460.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ฮอกไกโด</strong> ประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วยเกาะใหญ่ ๔ เกาะ คือ ฮอนชู ฮอกไกโด คิวชิว และชิโกกุ กับเกาะเล็กอีกจํานวนมาก เกาะฮอกไกโด อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น เป็นเกาะที่มี ประชากรหนาแน่นน้อยกว่าอีก ๓ เกาะ การจราจรภายในเกาะก็ไม่ค่อยสับสนวุ่นวาย ฮอกไกโด จึง เหมาะจะเป็นที่เริ่มต้นการขับรถเที่ยวญี่ปุ่น</p><p><strong>ชิโตเสะ</strong> เป็นสนามบินนานาชาติของเกาะฮอกไกโด อยู่ห่างจากเมื่อซับโปโรที่เป็น เมืองหลวงของเกาะพอสมควร แต่สามารถเดินทางเข้ามายังตัวเมืองซับโปโรได้ท้ังทางรถและ Subway ออฟฟิชของบริษัทรถเช่ามิได้อยู่ในบริเวณสนามบิน จึงมีรถ Shuttle Bus พาผู้ที่จองรถ เช่ามาทางออนไลน์ไปรับรถที่จอดไว้</p><p><strong>เลคโทยะ</strong> ทะเลสาบโทยะเป็นทะเลสาบที่สวยงานมีชื่อเสียงของฮอกไกโด บริเวณ กลางทะเลสาบจะมีภูเขาที่มีรูปพรรณคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ เรียกกันว่าเป็น “ฟูจิน้อย” รอบ ๆ ทะเลสาบจะมีอาคารโรงแรมที่พักสะดวกสบาย คืนแรกจากลงเครื่องบิน คณะเราพักค้าง ชมความงามริมทะเลสาบโทยะนี้ อาหารค่ําเป็นอาหารชุดญี่ปุ่นอันแสนโอชะ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07499.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07488.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07467.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07469.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07472.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07473-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07487-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07491-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07492-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07507-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07508-1.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ฮาโกดาเตะ </strong>เช้าวันรุ่งขึ้น เราขับรถขึ้นไฮเวย์ตรงไปยังเมืองฮาโกดาเตะ จ่ายค่าใช้ทาง โดยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งติดอยู่กับรถเช่าทุกคัน ค่าใช้ทางนี้ผู้เช่ารถจะกลับมาจ่ายให้กับบริษัท เมื่อนํารถมาคืน</p><p>ฮาโกดาเตะ เป็นเมืองใหญ่ลําดับรองลงไปจากซับโปโร เป็นเมืองท่าที่สําคัญ ซึ่งสมัยญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ ชาวต่างชาติได้เข้ามาก่อสร้างโกดังสินค้าด้วยอิฐแดง ซึ่งปัจจุบันทาง เมืองฮาโกดาเตะได้พัฒนาโกดังสินค้าอิฐแดงเหล่านี้เป็นช้อปปิ้งแอเรียที่นักท่องเที่ยวไปชมวิวและ ซื้อของที่ระลึก นอกจากนี้ ยังมีอาคารที่ทําการเมืองเก่าซึ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก สวยงามมาก รวมถึงป้อมห้าดาว ซึ่งเป็นปราสาทของเดเมียวผู้ปกครองฮาโกดาเตะในสมัยก่อน โดยข้าง ๆ ป้อม สร้างเป็นหอคอยจุดชมวิวของเมืองด้วย</p><p>มาถึงเมืองฮาโกดาเตะ จุดที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ก็คือ หอชมวิวบนเนินเขา ฮาโกดาเตะ โดยมีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นลง เมื่อมองลงมาจะเห็นเมืองฮาโกดาเตะตั้งอยู่ระหว่างสองอ่าว ย่ิงตอนพลบค่ำจะมีแสงไฟระยิบระยับ ทําให้วิวของเมืองสวยงานมากติดอันดับโลก</p><p>คณะของเราเลือกพักโรงแรมบริเวณหน้าสถานีรถไฟฮาโกดาเตะ ซึ่งปัจจุบันรถไฟ ด่วนชิงกันเซ็นสามารถวิ่งลอดอุโมงค์ใต้ทะเลจากเมืองอาโอโมริบนเกาะฮอนชูตรงเข้ามาถึง เมืองฮาโกดาเตะได้แล้ว บริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟจะเป็นย่านร้านอาหาร โดยมื้อค่ำเราเลือกไปที่ ศูนย์รวมร้านอาหารที่มีอาหารญี่ปุ่นแท้ ญี่ปุ่นสไตล์จีนและญี่ปุ่นสไตล์ยุโรป รวมทั้งราเม็งน้ําซุป ฮอกไกโดที่แสนอร่อย ส่วนมื้อเช้าเราไปอาคารศูนย์รวมอาหารญี่ปุ่นข้างตลาดสดหน้าสถานี วัตถุดิบจึงสดมาก ดังในคลิปวิดีโอที่โชว์อยู่หน้าร้าน ลูกค้าสั่งข้าวหน้าอาหารทะเลทั้งปลาดิบ ไข่ปลา และปลาหมึกที่สดมากจนกระโดดออกไปจากชาม ผู้กินต้องเอาตะเกียบไล่คีบกลับมา คณะเราส่วนใหญ่เป็นแฟนซีรีย์ญี่ปุ่น “อามะจัง” ที่เล่าถึงสาวน้อยที่รักจะเป็นสาวดําน้ําหา หอยเม่น เราจึงสั่งข้าวหน้าอูนิหรือไข่หอยเม่นมาทานกัน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะอร่อยมาก ๆ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07688.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07685.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07682.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07669.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07661.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07660.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07649.jpg" width="3264" height="4912" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07644.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>โนโบริเบทสึ</strong> หลังจากช้อปของที่ระลึกบริเวณโกดังอิฐแดง และอาหารกลางวัน บริเวณริมอ่าวแล้ว เราก็ออกจากฮาโกดาเตะขึ้นไฮเวย์มายังโนโยริเบทสึ โนโบริเบทสึเป็นเมืองน้ําแร่ ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีของฮอกไกโด ทัวร์จากเมืองไทยมักจะ พาลูกทัวร์มาแช่ออนเซ็นกันที่นี้ คณะของเราเลือกโรงแรมออนเซ็นที่ค่อนข้างใหญ่ที่มีบ่อแช่น้ําแร่ให้เลือกได้หลายแบบ อาหารค่ำ แบบแกรนด์บุฟเฟต์มีอาหารให้เลือกได้มากจนลานตา</p><p><strong>โอตารุ</strong> เป็นเมืองท่าสําคัญของเกาะฮอกไกโดด้านเหนือเมืองซับโปโร ตั้งแต่สมัย เริ่มแรก โอตารขุดคลองจากชายฝั่งทะเลเข้ามายังโกดังคลังสินค้าในตัวเมืองโอตารุ ปัจจุบันโกดัง ริมคลองเหล่านี้ ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมได้ทุก ๆ ฤดูกาล ซึ่งจะสวยงามแตกต่าง กันไป โอตารุอยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร ทัวร์ที่มาฮอกไกโดทุกหัวร์จึงพานักท่องเที่ยวมาโอตารุด้วย ขนม ของฝากจากโอตารุที่นิยมมาซื้อหากัน ได้แก่ โปเตโตชิป ขนมเค้ก คุกกี้ ฯลฯ อาหารอร่อยที่ ผู้เขียน ขอบเวลามาโอตารุ คือ ซูซิหรือข้าวปั้นหน้า (อาหารทะเล) ต่าง ๆ ร้านนี้มีชื่อเสียงด้านความ อร่อย ของซูซิและข้าวห่อสาหร่าย ร้านตั้งอยู่บริเวณสี่แยกตรงข้ามกับโกดังริมคลองที่นักท่องเที่ยวมา ถ่ายรูปกัน คณะของเรามิได้พักค้างที่โอตารุ แต่ตรงเข้ามายังโรงแรมที่จองไว้ในซัปโปโดยจองไว้ ล่วงหน้า โรงแรม IBIZ ที่เราจะพัก ๒ คืน มีอาคารที่จอดรถให้ด้วย</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07773.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07749.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07746.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07739.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07719.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07718.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07705.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07703.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07698.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07697.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07695.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07690.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ซัปโปโร </strong>เป็นเมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด การวางผังเมืองของซัปโปโร เป็นตาราง สี่เหลี่ยมจัตุรัส จึงเรียบร้อยและสวยงาม ตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นครซัปโปโรจัดให้มี เทศกาล หิมะ หรือ Snow Festival มีการประกวดรูปปั้นน้ําแข็งที่ช่างแกะสลักน้ําแข็งจากทั่วโลก มาแข่งขัน กัน งานจัดให้มีขึ้นบริเวรด้านหน้าอาคารที่ทําการเมืองเดิม ปัจจุบันได้ปรับให้เป็น พิพิธภัณฑ์ โบราณคดีของเกาะฮอกไกโด มีเรื่องเกี่ยวกับชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด คือ ชาวไอนุ นักท่องเที่ยวควรหาโอกาสเข้าชม</p><p>ค่ำวันแรกในซัปโปโร คณะเราไปยังศูนย์รวมราเม็งในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ใกล้กับสถานีรถไฟซัปโปโร เพื่อชิมราเม็งน้ําซุปรสเด็ดสูตรของซัปโปโร ส่วนมื้อค่ำของวันที่สอง ในซัปโปโรเราไปเยี่ยมร้านข้าวหน้าปลาไหลย่างเจ้าเก่าดั้งเดิมของซัปโปโร คุณลุงเจ้าของร้าน จะอํานวยการในการย่างปลาอย่างละเมียดละไมใจเย็นมาก เริ่มต้นตั้งแต่การแล่ปลาไหล การปิ้งย่างปลาไหลไป ทาน้ําซอลไปให้ลูกค้าที่มักจะสั่งเบียร์หลุ (เบียร์) หรือสาเกมาจิบรอทานปลา ไหลย่างไปพลาง</p><p>วันที่อยู่ในซัปโปโรเต็มวันนั้น คณะเราตกลงไปเยี่ยมชมโรงเบียร์ซัปโปโร อันมีชื่อเสียง นอกจากจะมีการสาธิตการทําเบียร์แล้ว โรงเบียร์ยังจัดให้มีการชิมเบียร์ในราคา แก้วละ ๒00 เยน แต่หากสั่งเป็นชุดมี ๓ แก้ว แถมเครื่องแกล้มเป็นซีสฮอกไกโดที่หอมอร่อย ก็จะคิดเพียง ๕๐๐ เยน เท่านั้น ในตอนบ่ายก็กลับเข้ามาหาซื้อของฝากตามศูนย์การค้า ในเมืองซัปโปโร</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07814.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07813.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07812.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07811.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07804.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07803.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07880.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07866.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07853.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07851.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07825.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07824.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>คืนรถเช่า</strong> เช้าวันสุดท้ายเมื่อเสร็จจากทานอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นที่ทางโรงแรม จัดไว้ให้ คณะเราก็เก็บข้าวของเพื่อนํารถไปคืนให้บริษัท โดยไม่ลืมเติมน้ํามันรถให้เต็มก่อนจะนําไป คืนพร้อมกันชําระค่าผ่านทางไฮก์เวย์ให้ครบถ้วน ส่วนค่าเช่ารถนั้นได้จ่ายโดยบัตรเครดิตออนไลน์ ใหต้ั้งแต่ตอนขอเช่ารถแล้วจากนั้นก็ขึ้นชัทเทิลบัสของบริษัทมาสนามบินซิโตเสะโดยเครื่องของเรา จะออกบินกลับกรุงเทพฯ ในช่วงตอนบ่าย ๆ ครับ</p><p><strong>ตั้งใจจะมาอีก</strong> หกวันห้าคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่พวกเรายังสนุกกับการขับรถ ชมทิวทัศน์อันสวยงานของเมืองต่าง ๆ บนเกาะฮอกไกโด ยังอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นอันโอชะของ แต่ละเมือง จึงตั้งใจว่าจะกลับมาขับรถเที่ยวที่ฮอกไกโดนี้อีก โดยครั้งหน้าตั้งใจจะไปให้ถึงจุดสูงสุด ของฮอกไกโดซึ่งเป็นจุดสูงสุดของญี่ปุ่นด้วยที่แหลมวากะไนย และจะแวะเที่ยวเมืองเล็ก ๆ ชายฝั่งทะเลด้านเหนือของเกาะฮอกไกโดด้วยครับ</p><p>แล้ว ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07969.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07945.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07939.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07935.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07929.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07926.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC08042.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC08041.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC08037.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC08029.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC08018.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DSC07991.jpg" width="4912" height="3264" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (1) : ฮอกไกโด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery-->]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (3) : สโนวอลล์]]></title><description><![CDATA[คณะขับรถเที่ยวญี่ปุ่น กลับมาแล้วครับ หลังจากหยุดพักไปกว่าครึ่งปี เพราะสถานการณ์โควิค-19 ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทย (กรกฎาคม 2563) สถานการณ์ดังกล่าวได้ผ่อนคลายลงไปบ้างแล้ว โดยประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกว่าเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิค-19 ได้ดีเป็นอันดับที่ 1 น่าภาคภูมิใจนะครับ
]]></description><link>http://blog.iyawat.com/khabrthethiiywyiipun-3-sonw-ll/</link><guid isPermaLink="false">5f9523ff4cdbeb07bf747181</guid><category><![CDATA[ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น]]></category><category><![CDATA[Travel]]></category><dc:creator><![CDATA[คุณขาว]]></dc:creator><pubDate>Sun, 25 Oct 2020 07:31:02 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/d6d107_1333f2afd5224769a5c03c96f7d06006_mv2.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<h3 id="-">นาโงย่า — คานาซาว่า — โทยามะ — ทาเทยามะ — ทาคายาม่า — เคโระ</h3><!--kg-card-begin: hr--><hr><!--kg-card-end: hr--><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/d6d107_1333f2afd5224769a5c03c96f7d06006_mv2.jpg" alt="ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (3) : สโนวอลล์"><p>คณะขับรถเที่ยวญี่ปุ่น กลับมาแล้วครับ หลังจากหยุดพักไปกว่าครึ่งปี เพราะสถานการณ์โควิค-19 ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทย (กรกฎาคม 2563) สถานการณ์ดังกล่าวได้ผ่อนคลายลงไปบ้างแล้ว โดยประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกว่าเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิค-19 ได้ดีเป็นอันดับที่ 1 น่าภาคภูมิใจนะครับ</p><p>ด้านท่องเที่ยวนั้น คนไทยเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกันแล้ว โดยภาครัฐช่วยจัดโปรโมชั่นสนับสนุน ส่วนการท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น เริ่มมีแนวคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบ Travel Bubble รวมทั้งมีข่าวดีเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิค-19 ที่ใกล้จะประสบความสำเร็จ ประชาชนทั่วโลกได้ใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ การท่องเที่ยวต่างประเทศคงกลับมาได้รับความนิยมอีก</p><p><strong><strong>JAL จัดโปรตั๋วบินแถมห้องพัก</strong></strong> หลังจากฟื้นฟูกิจการแล้ว เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2559 สายการบินแจแปนแอร์ไลน์หรือ JAL ใหม่ ได้จัดโปรโมชั่นตั๋วบินกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) – นาโงย่า (ซุบุเซนแทร์) โดยตั๋ว 1 คู่ (2 ใบ) แถมห้องพักโรงแรม (พักคู่) ให้ 2 คืน โดยสามารถเลือกได้ว่าเป็นห้องพักโรงแรมในเมืองนาโงย่าหรือโรงแรมที่ สนามบิน ชูบุเซนแทร์ ทั้งนี้ ราคาโปรโมชั่นตั๋วบิน 1 คู่ และห้องพัก (คู่) 2 คืน คิดเป็นเงินไทยไม่ถึง 30,000 บาท คณะเรา 5 คน จึงรีบจองซื้อไว้เพื่อเดินทางในเดือนมิถุนายน 2559 อันเป็นช่วงปิดเทอมของหลานน้อย</p><p><strong><strong>นิสสันเซเรน่ามินิแวน</strong></strong> ถึงวันเดินทางด้วยเที่ยวบินดึกจากสุวรรณภูมิ คณะเรามาถึงสนามบินชูบุเซนแทร์ในตอนเช้า เมื่อผ่านพิธีการเข้าเมืองและรับสัมภาระแล้ว คณะเราลงมาที่ชั้นล่างของสนามบินเดินไปไม่ถึง 100 เมตร ก็ถึงบริษัทให้เช่ารถ สะดวกมากครับ ต่างจากที่สนามบินชิโตเสะของซัปโปโรและสนามบินนาริตะที่โตเกียว ที่ต้องนั่งรถออกไปนอกสนามบินเพื่อรับรถเช่า ทริปนี้เราจองรถนิสสันเซเรน่าซึ่งเป็นมินิแวนขนาดกำลังดีสำหรับคณะเรา 5 คน ที่ประกอบด้วยคุณพ่อผู้จัดทริป คุณแม่และลูกสาวน้อย และคุณปู่กับคุณย่า</p><p>วางแผนเดินทาง : พักโรงแรม 7 คืน ทริปนี้เราวางแผนที่จะพักในญี่ปุ่น 7 คืน โดยได้จองออนไลน์เพื่อเข้าพักในเมืองต่าง ๆ คือ คานาซาว่า ทาเทยามะ อูนาซุกิ ทาคายาม่า เคโระ นาโงย่า และที่สนามบินชูบุเซนแทร์โดย 2 คืนสุดท้ายที่นาโงย่าและที่สนามบินชูบุเซนแทร์ เราได้พักฟรีไม่ต้องจ่ายค่าห้องพักโรงแรม โดยการใช้สิทธิจากโปรโมชั่นที่มาพร้อมกับตั๋วเครื่องบิน</p><p><strong><strong>แวะเมืองกุโจและชิราคาวาโกะ</strong></strong> วันแรกเรามุ่งหน้าไปยังเมืองคานาซาว่าที่จองห้องพักโรงแรมออนเซนเอาไว้ โดยระหว่างเดินทางจะแวะที่เมืองกุโจ และชมวิวที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ</p><p><strong><strong>กุโจ</strong></strong> ขับรถมา 2 ชั่วโมง เราก็ถึงเมืองกุโจ เป็นเมืองเล็กที่น่ารักตั้งอยู่ริมลำธาร บรรยากาศค่อนข้างสงบ มีระบบการระบายน้ำที่ดีมาก รางน้ำในเมืองมีน้ำใสไหลเย็น เห็นปลามากมายแหวกว่ายอยู่ ปลาคาร์ปตัวใหญ่สีสันสวยงามและปลาอื่น ๆ</p><p>คณะเราทานอาหารกลางวันในร้านราเมงท้องถิ่นที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เราสั่งราเมงมาทั้งเย็นและร้อน ทั้งแห้งและน้ำ มาทานกับปลานึ่งขิง ปลาทอด และข้าวห่อใบไม้ อิ่มอร่อยกันทุกคนครับ</p><p><strong><strong>ชิราคาวาโกะ</strong></strong> จากกุโจมาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จอดรถที่ลานจอดหน้าศูนย์ท่องเที่ยว เราเดินบนสะพานแขวนที่ข้ามแม่น้ำโซกาวะเข้าไปเดินชมหมู่บ้าน ที่อนุรักษ์บ้านโบราณ หลังคาสูงมุงด้วยฟางหนาแน่นมาก นักท่องเที่ยวจำนวนมาก คณะเรายังขึ้นไปชมวิวมุมสูงที่จุดชมวิวชิโรยามาบนเนินสูงข้างหมู่บ้านด้วย</p><p><strong><strong>คืนแรกพักคานาซาว่า</strong></strong> ขับรถจากชิราคาวาโกะประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที เราก็ถึงเมืองคานาซาว่า เข้าที่พักโรงแรม KANAZAWA HAKUCHORO HOTEL SANRAKU ตั้งอยู่กลางเมืองไม่ไกลจากปราสาทคานาซาว่าและสวนเคนโระคุเอ็น เป็นโรงแรมออนเซนที่มีบ่อน้ำร้อนของตนเองลึกถึง 800 เมตร หน้าห้องอาบน้ำมีตู้แช่ไอศครีมไว้ให้ทานหลังแช่น้ำแร่ด้วย</p><p>มื้อค่ำเราเดินจากโรงแรมไปตลาดปลาโอมิโจะแล้วขึ้นไปทางอาหารญี่ปุ่นบนชั้นสองของตลาด ด้วยความที่เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจดี ชาวเมืองคานาซาว่าจึงนิยมนำทองคำมาประดับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่อาหาร เราจึงลองสั่งข้าวปั้นซูซิและปลาดิบซาซิมิที่เปิดทองคำเปลวบาง ๆ ระยิบระยับมาชิมกัน อร่อยดีครับ</p><p>คานาซาว่าเป็นเมืองหลวงของแคว้นอิซิกาว่าที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของเกาะฮอนซู ติดกับทะเลญี่ปุ่น มีเทือกเขาเจแปนแอลป์ขวางกั้นเป็นเขตแดน จึงทำให้ค่อนข้างจะปลอดจากสงครามระหว่างแคว้น ไดเมียวตระกูลมาเอดะที่ปกครองแคว้นต่อเนื่องกันมากว่า 400 ปี จึงสามารถสร้างสรรค์งานด้านศิลปวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่ ทำให้แคว้นมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี</p><p>ปราสาทคานาซาว่าสวยงามกว้างขวางสร้างขยายในแนวราบ แตกต่างจากปราสาทของไดเมียวแคว้นอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่สร้างเป็นแนวสูงมีหลายชั้น สวนเคนโระคุเอ็นได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสามของสวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุดของประเทศ ร่วมกับสวนไดระคุเอ็นแห่งเมืองมิโตะ และสวนโคระคุเอ็นของเมืองโอคายาม่า</p><p>แวะเมืองโทยามะ รุ่งเช้าเราเดินเที่ยวชมปราสาทคานาซาว่า และสวนเคนโระคุเอ็น แล้วก็ออกมาทานไอศครีม (ปิดทองคำเปลวด้วย) ที่ร้านขายของที่ระลึกด้านหน้าสวน แล้วออกเดินทางมาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงเมืองโทยามะ เราจอดรถที่ Toll Park ใต้ปราสาทโทยามะ ชมปราสาทแล้วออกไปเดินช้อปปิ้งสตรีทที่ด้านหน้า</p><p>มื้อกลางวันเราพบร้านซูซิที่ขึ้นชื่อของเมืองตามที่เซิร์ชมาก่อน เป็นร้านเล็กๆที่ข้าวปั้นหน้าอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นจะสดอร่อยมาก คุณปู่และคุณย่ายังติดใจโทฟุหรือเต้าหู้ทรงเครื่องของร้านนี้ด้วย</p><p>ก่อนออกจากเมืองโทยามะ เราไปที่สวนสาธารณะประจำเมือง FUGAN UNGA KANSUI ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านสตาร์บักส์ โดยสาขานี้ได้รับรางวัลการออกแบบสาขาที่ดีที่สุดในโลก (ของสตาร์บักส์) มาแล้ว เรานั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวสวยงามของสวนไปพลาง</p><p>คืนที่สองพักเมืองทาเทยามะ จากโทยามะมาประมาณ 1 ชั่วโมง เรามาถึงโรงแรม MORI NO KAZE TATEYAMA ที่จองไว้ โรงแรมนี้อยู่ในเขตเมืองทาเทยามะ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นไปเจแปนแอลป์เพื่อคณะเราจะขึ้นไปเที่ยวชมสโนว์วอลล์บนเจแปนแอลป์ในเช้าวันรุ่งขึ้นได้โดยสะดวก</p><p>โรงแรมนี้เป็นโรงแรมออนเซนที่มีบ่อน้ำแร่ถึง 5 ชนิด โดยแยกบ่อแช่แต่ละชนิดออกจากกัน รวมทั้งยังมีบ่อแช่นอกอาคารด้วย อาหารค่ำเป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น สะดวกสบายครับ</p><p><strong><strong>สโนวอลล์ </strong></strong>หรือกำแพงหิมะ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวที่หิมะตกลงมาท่วมถนนบนยอดเขาเจแปนแอลป์บริเวณลานหิมะมูโรโด เพื่อให้รถยนต์สัญจรไปมาได้ ทางการจึงต้องใช้รถกวาดหิมะออกจากถนน เกิดเป็นกำแพงหิมะสองข้างทาง ยิ่งหิมะตกลงมามากเท่าใดกำแพงหิมะก็สูงมากขึ้น</p><p>คณะเรานำรถยนต์ไปจอดไว้ที่สถานีรถไฟทาเทยามะ แล้วไปที่สถานีรถรางขึ้นเขา เรานั่งเคเบิลคาร์ไปที่สถานีบิโอไดระ จากนั้นก็ต่อด้วยรถบัสที่ไปลานหิมะมูโรโด เราเดินชมสโนวอลล์แล้วพาหลานน้อยไปเล่นหิมะที่ลานสนุกสนานกัน ต้องถือเป็นความโชคดีของคณะเราที่ไปชมกำแพงได้ในอาทิตย์สุดท้ายของหน้าหนาวที่ยังคงมีกำแพงหิมะอยู่</p><p><strong><strong>ราเมงอร่อยที่อูโอซู</strong></strong> เมื่อกลับลงมาจากภูเขา เราขับรถมุ่งหน้าไปเมื่ออูนาซุกิ ซึ่งจะเป็นที่พักของเราคืนนี้ ระหว่างทางและที่เมืองเล็ก ๆ ชื่ออูโอซู เพื่อทานราเมงเจ้าอร่อยที่เราเซิร์ชพบ เป็นราเมงชามใหญ่ เครื่องเคียงเยอะ อร่อยครับ</p><p><strong><strong>คืนที่สามพักเมืองอูนาซูกิ </strong></strong>เรามาถึงอูนาซูกิในตอนเย็น เช็คอินที่อูนาซูกิโนอิโฮเทล ซึ่งเป็นโรงแรมออนเซนที่เราจองไปจากไทย โรงแรมตั้งอยู่ริมแม่น้ำประจำเมือง ริมน้ำอีกด้านหนึ่งเป็นเทือกเขาสูงมีทางรถไฟวิ่งเลียบเชิงเขา สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเป็นโครงเหล็กโค้งสีแดง ทิวทัศน์สวยงามมาก ห้องออนเซนของโรงแรมใหญ่โตกว้างขวางมีสองชั้นแยกชายและหญิง อาหารค่ำเราทานบุฟเฟต์ในห้องอาหารของโรงแรม มีอาหารหลากหลายให้เลือกทานครับ</p><p><strong><strong>รถไฟสายโรแมนติกท่องคุโรเบะ</strong></strong> หลังอาหารเช้า เราเดินจากโรงแรมไปสถานีรถไฟอูนาซูกิ เพื่อขึ้นรถไฟสายคุโรเบะจอร์จเรลเวย์ท่องเที่ยวไปในเทือกเขาคุโรเบะ ชมทิวทัศน์ก่อนถึงเขื่อนคุโรเบะรวมถึงทิวทัศน์เหนืออ่างเก็บน้ำของเขื่อนด้วย บรรยากาศเป็นธรรมชาติที่สวยสงบ รถไฟสายนี้จึงเป็นที่นิยมว่าเป็น “รถไฟสายโรแมนติก”</p><p>เรานั่งรถไฟไปถึงสถานีคียะไดโคระ ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนยอดเขาคุโรเบะ ทิวทัศน์สวยงามกว้างไกล รอบสถานีเป็นสวนไม้ดอกงดงาม เราทานกลางวันกันที่สถานีนี้แล้วค่อยกลับลงไป</p><p><strong><strong>คืนที่สี่พักโรงแรมออนเซนชื่อดังเมืองทาคายามา</strong></strong> เราออกจากอูนาซูกิในตอนบ่าย ขับรถมาประมาณ 2.5 ชั่วโมง เพื่อมาพักโรงแรมออนเซนที่เราเซิร์ชจองมาจากเมืองไทย ชื่อฮอทตะคาโซะยามาโนะโฮเทล เป็นโรงแรมในเทือกเขาที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอยู่ในเขตเมืองทาคายาม่า มีบ่อแช่น้ำแร่ในอาคารที่สะดวกสบาย แต่ไฮไลท์อยู่ที่บ่อแช่นอกอาคารที่สร้างไว้กลางลำธารกลางแจ้งที่อยู่ต่ำกว่าอาคารโรงแรมค่อนข้างมาก จึงต้องอาศัยลิฟต์ขึ้นลงจากโรงแรมไปยังบ่อแช่กลางแจ้ง ขณะที่เราแช่นำอยู่ที่บ่อกลางลำธารนี้ ท้องฟ้าโล่งมองเห็นดวงดาว แต่ก็มีละอองหิมะโปรยปรายลงมาบาง ๆ บรรยากาศแช่น้ำจึงสุขสงบท่ามกลางธรรมชาติ ยอดเยี่ยมครับ เพื่อนๆลองหาโอกาสไปเช่นนี้บ้างนะครับ</p><p><strong><strong>สเต็กเนื้อฮิดะเมืองทาคายาม่า </strong></strong>ทาคายาม่าเป็นเมืองเก่าอายุกว่า 300 ปี ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองเก่าที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยเหตุที่เมืองตั้งอยู่ในหุบเขาเจแปนแอลป์ พื้นที่จึงอุดมสมบูรณ์ ปศุสัตว์ที่ขึ้นชื่อที่นี้คือ วัวฮิดะ ที่มีมันแทรกอยู่ในเนื้อเป็นลายหินอ่อนทำให้เนื้อนิ่มอร่อย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเนื้อวัวที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับเนื้อมัตสึซากะและเนื้อโกเบ อาหารค่ำแบบญี่ปุ่นที่โรงแรมจัดให้จึงมีเนื้อฮิดะมาให้ทานกับปลาและผักผลไม้ประจำถิ่น อร่อยมากครับ</p><p>เช้ารุ่งขึ้น เราเข้าเมืองไปชมตลาดเช้าริมน้ำ ชมย่านเมืองเก่าทาคายาม่า ชมที่ว่าการเมืองครั้งโบราณ วัดโดคุเมจิ แล้วไปชมหอเก็บเกี๊ยวลากหรือยาไตประจำเมือง สวยงามครับ มื้อกลางวันเราไปที่ร้าน Le Midi เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศลเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารสไตล์ญี่ปุ่นบ้าง ซึ่งอาหารที่เฟเวอริทของร้านนี้ คือ สเต็กเนื้อฮิดะสไตล์ตะวันตกนั่นเอง</p><p><strong><strong>คืนที่ห้าพักเมืองเคโระ</strong></strong> ช่วงบ่าย เราขับรถมาประมาณ 1.5 ชั่วโมงก็ถึงเมืองเคโระ ของจังหวัดกิฟุอันเป็นเมืองน้ำแร่ที่ดีที่สุดหนึ่งในสามของประเทศร่วมกับเมืองคูซัทสึของจังหวัดกุนมะ และอาริมะออนเซนของจังหวัดเฮียวโกะ</p><p>เราเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมเคโระออนเซนฟูกาคุ เก็บสัมภาระแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ ออกไปเดินชมเมืองกัน ซึ่งคำว่า “เคโระ” แปลว่า “กบ” ทั้งเมืองจึงมีสัญลักษณ์รูปกบอยู่ทั่วไป เรานั่งแช่ออนเซนเท้าที่บ่อแช่สาธารณะกลางเมือง แล้วเดินไปชมลำธารประจำเมืองที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง สวยงามครับ อาหารค่ำเป็นอาหารชุดญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่ทางโรงแรมจัดให้มาทานในห้องพัก อิ่มอร่อยสนุกสนานครับ</p><p><strong><strong>นาโงย่า</strong></strong> เป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอชิภูมิภาคชุบุ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 รองลงมาจากโตเกียว โอซากาและเกียวโต แลนด์มาร์คที่สำคัญคือปราสาทนาโงย่า กลางเมืองมีสวนสาธารณะเซ็นทราลพาร์ค หอคอยทีวีทาวเวอร์ ศูนย์การค้าโอเอซิส 21 นาโงย่าเป็นแหล่งกำเนิดของรถยนต์โตโยต้า และเครื่องกระเบื้องนอริตาเกะ การคมนาคมสะดวก มีทั้งรถไฟชิงกันเซน รถไฟท้องถิ่นและรถใต้ดิน มีสนามบินชุบุเชนแทรล์ เป็นสนามบินนานาชาติที่สำคัญของเมืองและภูมิภาค</p><p><strong><strong>คืนที่หกกลับเข้ามาพักนาโงย่า</strong></strong> ระหว่างทางกลับเข้านาโงย่า เราแวะช้อปปิ้งที่โตกิพรีเมี่ยมเอาท์เลท หลานน้อยได้ตัวต่อเลโก้และของเล่นอื่นมาถุงใหญ่</p><p>บ่ายเราเข้ามาเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมมายสเตย์นาโงย่าซาเกะที่เข้าร่วมโปรโมชั่น JAL โรงแรมตั้งอยู่กลางเมือง เก็บสัมภาระแล้วเราออกไปเดินชมเมืองที่สวนสาธารณะเซ็นทราลพาร์ค มีน้ำพุสวย มองเห็นหอคอยทีวีทาวเวอร์ อาคารศูนย์การค้าโอเอซีล 21 สวยงามทันสมัย มีเอกลักษณ์</p><p><strong><strong>ข้าวหน้าปลาไหลฮิทสุมาบูชิ</strong></strong> เป็นข้าวหน้าปลาไหลนาโงย่าสไตล์โดยเฉพาะ โดยจะเสริฟข้าวที่มีปลาไหลย่างปิดหน้ามาเต็มในโถชามไม้ใบโต พร้อมถ้วยเครื่องปรุง 3 ชนิด คือ สาหร่ายหั่นฝอย วาซาบิ และต้นหอมหั่นฝอย และน้ำชา (น้ำซุป) 1 กา กับผักดอง วิธีการรับประทานมี 4 แบบ เริ่มโดยใช้ไม้พายแบ่งออกเป็น 4 ส่วน แบบที่ 1 นำข้าวและปลาส่วนที่ 1 มาทานโดยไม่ต้องปรุงเพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิม แบบที่ 2 นำข้าวและปลาส่วนที่ 2 มาปรุง โดยเครื่องปรุงทั้งหลาย แบบที่ 3 ข้าวและปลาแบบที่ 2 มาเติมน้ำซุปเข้าไปและทานแบบข้าวต้มปลาหน้าปลาไหล ส่วนแบบที่ 4 ให้ทานแบบที่ 1-3 ที่ชอบที่สุด ยุ่งดีไหมครับ แต่ก็อร่อยสุดยอดครับ</p><p><strong><strong>นาโงย่าอควาเรี่ยม</strong></strong> ตั้งอยู่ริมอ่าวของเมืองนาโงย่า ซึ่งมีเรือสำรวจสมุทร 5001 ทาสีส้มสดใสจอดเทียบท่าอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ ประเทศญี่ปุ่นได้ส่งเรือนี้ไปสำรวจมหาสมุทรและทวีปแอนตาร์คติกหรือขั้วโลกใต้ บนฝั่งมีรูปปั้นของสุนัขฮอคไกโดที่ไปกับคณะสำรวจ และเสียชีวิตอยู่ที่นั่น</p><p>ในอควาเรียมมีสัตว์น้ำหลายชนิดแหวกว่ายอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่มาก นอกตู้มีโครงกระดูกสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เช่น วาฬสีน้ำเงิน วาฬนาวอล วาฬเพชฌฆาต และเต่าโบราณขนาดยักษ์แขวนหรือตั้งแสดงอยู่ในอาคารมีบ่อการแสดงของวาฬนาวอล (วาฬมีเขา) เผือกที่ขาวโพลนไปทั้งตัว นอกอาคารเป็นอัฒจรรย์ สำหรับชมการแสดงของโลมาและวาฬเพชฌฆาต รวมทั้งแมวน้ำด้วย มีจอทีวีขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ชมได้ชมอย่างชัดเจนขึ้น</p><p>จากอควาเรี่ยม เราแวะช้อปและทานกลางวันกันที่อิออนมอลล์</p><p><strong><strong>คืนสุดท้ายพักโรงแรมที่สนามบิน</strong></strong> จากอิออนมอลล์ เราตรงมายังสนามบินชุบุเซนแทร์เพื่อเช็คอินเข้าพักในโรงแรมคอมฟอร์ทโฮเทลอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ท ซึ่งจัดโปรโมชั่นห้องพักร่วมกับ JAL</p><p>หลังจากส่งคณะพร้อมสัมภาระลงไว้ที่โรงแรมก่อน คุณพ่อผู้จัดทริปก็นำรถเช่าไปคืนบริษัทซึ่งอยู่ในบริเวณสนามบิน โดยไม่ลืมเติมน้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถ การขับรถเที่ยวทริปนี้จึงสะดวกสบายมากครับ</p><p><strong><strong>ศูนย์อาหารสนามบิน</strong></strong> จากโรงแรมเราเดินมาบนทางเดินเข้าอาคารสนามบินประมาณ 200 - 300 เมตร ก็จะถึงห้องโถงของผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 ซึ่งตกแต่งห้องนี้โดยใช้หุ่นนินจาห้อยลงมาจากเพดาน คณะเราเลยขึ้นไปบน ชั้น 4 ที่เป็นศูนย์อาหารของสนามบินที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของนาโงย่าเองและของญี่ปุ่น คณะเราเลือกร้านสเต็กหมูทอดมิโสะคัทสึที่มีรูปหมูพุงพลุ้ยเป็นโลโก้มีสเต็กให้เลือกหลายแบบรวมทั้งสเต็กหมูคุโรบูตะ อร่อยดีครับ</p><p><strong><strong>ชมวิวสนามบินบนดาดฟ้า</strong></strong> หลังอาหาร เราขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าเพื่อชมวิวสนามบิน ในเวลาพลบค่ำจะเห็นแสงไฟระยิบระยับไปทั่วเครื่องบินจอดเรียงรายไปตามสะพานเทียบเครื่อง ดูเป็นระเบียบสวยงาม ชมเครื่องบินขึ้นลงในรันเวย์ตื่นตาตื่นใจดีครับ</p><p><strong><strong>กลับบ้านแล้วมาใหม่</strong></strong> เช้ารุ่งขึ้นเราไม่ต้องรีบออกจากโรงแรมมากนัก เพราะไฟล้ท์ JAL 739 ที่เราจะขึ้นกลับกรุงเทพจะออกในเวลา 10.10 น. เราจึงมีเวลาหาซื้อของฝากของที่ระลึกจากร้านค้าในอาคารสนามบินได้สบาย ๆ</p><p>ทริปนี้เราใช้เวลาท่องเที่ยวในภูมิภาคชุบุเป็นเวลา 8 วัน 7 คืนโดยพักในโรงแรมออนเซนชั้นเยี่ยมถึง 5 คืน เรียกได้ว่าออนเซนกันอย่างจุใจ อาหารก็อร่อยแทบทุกมื้อ คณะเราจึงลงมติกันว่าจะต้องมีทริปขับรถเที่ยวญี่ปุ่นอีก</p><p>โอกาสแห่งการท่องเที่ยวเปิดอีกเมื่อใด เราไปเที่ยวกันอีกนะครับ</p><p><br></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย]]></title><description><![CDATA[<p>เราไปเที่ยวแบบแปลกกันมาแล้ว 2 ทริป โดยทริปแรกเราไปดู “ศึกแดงเดือด” ที่อังกฤษ ทริปที่สองไปเที่ยวเมืองน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์ ส้าหรับทริปที่สามนี้เราจะไปเยี่ยมค่ายกักกัน</p><p>เอาช์วิทซ์ และเหมืองเกลือใต้ดินเวียลิสก้าในโปแลนด์ โดยก่อนหน้านั้นเราแวะเที่ยวแฟรงก์</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/ethiiywaebbaeplk-3-khaaykakkane-aachwithch-ey-rmnii-opaelnd-solwakh-setriiy/</link><guid isPermaLink="false">5f9241664cdbeb07bf74715e</guid><category><![CDATA[Travel]]></category><category><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก]]></category><dc:creator><![CDATA[คุณขาว]]></dc:creator><pubDate>Fri, 23 Oct 2020 02:35:33 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/61122549_10157778231508455_8904785669373558784_n.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/61122549_10157778231508455_8904785669373558784_n.jpg" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"><p>เราไปเที่ยวแบบแปลกกันมาแล้ว 2 ทริป โดยทริปแรกเราไปดู “ศึกแดงเดือด” ที่อังกฤษ ทริปที่สองไปเที่ยวเมืองน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์ ส้าหรับทริปที่สามนี้เราจะไปเยี่ยมค่ายกักกัน</p><p>เอาช์วิทซ์ และเหมืองเกลือใต้ดินเวียลิสก้าในโปแลนด์ โดยก่อนหน้านั้นเราแวะเที่ยวแฟรงก์เฟิร์ต ไลฟ์ซิก พอร์ตสดัม เบอร์ลิน และเดรสเดนของเยอรมนี เข้าโปแลนด์เราไปเมืองวรอตสวัฟและ เมืองคราคูฟ ออกจากโปแลนด์แล้วเราจะแวะเที่ยวบราติสลาวาของสโลวัก และมาเยือนเวียนนา ของออสเตรียก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน</p><p><strong>เก้าวันแปดคืน</strong> ทริปนี้คณะเรา 4 คน คุณขาว คุณแป๊ว คุณไอซ์ และคุณเชอรี่ ไปจอยทัวร์ของบริษัทหนึ่ง วันเดินทางเราจึงทราบว่าเมื่อรวมทัวร์ลีดเดอร์แล้วทั้งคณะมีจำนวน ประมาณ 15 คน จึงคล่องตัวดี ทริปนี้เราไปกัน 9 วัน 8 คืน (นับแบบทัวร์) โดย 2 คืนค้าง ในเครื่องขาไปและขากลับ อีก 6 คืนพักโรงแรม โดยในเยอรมนีเราพักที่ไลฟ์ซิก เบอร์ลิน และ เดรสเดน เมืองละ 1 คืน ในโปแลนด์เราพักที่เมืองคราคูฟ 2 คืน แล้วพักที่บราติสลาวา อีก 1 คืน</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0085-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0077-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0075-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0074-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0064-1.jpg" width="3024" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0061-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0060-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0054-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0053-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0050.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0049.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/IMG_0047.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>เมืองแรกแฟรงก์เฟิร์ต</strong> คณะเราเดินทางโดยสายการบินอิมิเรทส์ ออกจากสุวรรณภูมิ 20.35 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ออกจากดูไบ 03.20 น. เวลาท้องถิ่น มาถึงสนามบิน แฟรงก์เฟิร์ต 07.35 น. ของเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง</p><p>แฟรงก์เฟิร์ต เป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้าไมน์ เป็นที่ตั้ง ของตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตและธนาคารแห่งยุโรปกล่าวกันว่าแฟรงก์เฟิร์ตเป็นเมืองที่ร่ำรวย ที่สุดในสหภาพยุโรป</p><p>ทัวร์ลีดเดอร์นำรถบัส 40 กว่าที่นั่งมารับคณะเรา 15 คน จึงนั่งกันอย่าง สะดวกสบาย นำคณะผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงก์เฟิร์ต มาส่งลงที่จตุรัสโรเมอร์ เดินเล่นผ่าน ถนนซีลอันเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีห้างสรรพสินค้าเป็นอาคารรูปทรงสวยแปลก คณะเรา 4 คนเดินไป ถ่ายภาพกับริมแม่น้ำไมน์ และเข้าชมวิหารประจำเมือง เซนต์บาร์โธโลมิวอันสวยงาม</p><p>มือกลางวันเราได้ทานอาหารประจำชาติเยอรมนี คือ ขาหมูเยอรมันขาใหญ่ เสริฟมาพร้อมมันบด ของภัตตาคารที่ตังมานานนับร้อยปีจนเป็นประวัติศาสตร์ อร่อยมากครับ</p><p><strong>นอนที่ไลฟ์ซิก </strong>เป็นเมืองที่อยู่ในเขตเยอรมันตะวันออก หลังรวมเยอรมันจึงเปิดให้ เป็นเมืองท่องเที่ยว ไลฟ์ซิกเป็นเมืองแห่งการค้ามาตังแต่สมัยโบราณ เป็นแหล่งรวมนักปราชญ์ ปัญญาชนและศิลปวิทยาการต่าง ๆ คณะเราผ่านชมผ่านเมืองเก่าด้วย</p><p>มื้อค่ำเราทานอาหารจีน แล้วไปเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม NH LEIPZIG MESSE ที่สะดวกสบายตามมาตรฐานเยอรมัน</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/35642FB3-1A66-4399-9F7D-9879794DA071.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/EAF71481-3F55-475F-891E-0F7FEB07AF4F.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/F2595EF2-1120-4980-AFB6-D6D6F8FA9244.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DB4D620B-B44E-481C-A1EE-307F35FF61DA.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/AD280C8A-51B5-4FAF-9FC7-EDF05FF22E81_0.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/AB589DB4-8A8E-4272-A541-8848AC43514D.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/A0571D9B-C0A2-4DF4-B2F9-4C30011A041B.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/244CFF13-1141-43BD-B8B8-A48DE8609AC3.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/D15476A9-10F8-44FD-A150-376B04C4E068.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/4A04F6A7-CE33-409C-962E-0E1C06137227.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/C695941A-13E3-4F6D-9268-CFCA707655BD.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/6F736871-45B4-4B42-8610-4EB527EF8B80.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>พอตสดัม </strong>หลังอาหารเช้าที่โรงแรม คณะเราเดินทางไปยังเมืองพอตสดัมที่เป็น เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์ก อยู่ห่างจากเบอร์ลิน 26 กิโลเมตร พอตสดัมเคยเป็นที่ประทับ ของกษัตริย์ปรัสเซียมาตังแต่ปี ค.ศ. 1918 จึงมีพระราชวังจำนวนมาก เช่น พระราชวังใหม่ พระราชวังสวนส้ม พระราชวังชองซูชิ หรือพระราชวังไกลกังวล</p><p>มื้อกลางวันทานอาหารจีนก่อนเข้าชมพระราชวังชองซูซิ</p><p><strong>พระราชวังชองซูชิ </strong>พระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 2 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1745 – 1748 เป็นพระราชวังชั้นเดียวที่สร้างในอุทยานสวนชองซูชิ พระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 2 โปรดเสด็จ มาพักแทบทุกฤดูร้อน ในปี ค.ศ. 1990 องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนพระราชวังของซูชิและ อุทยานเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม จากนั้นเดินทางเข้ามามหานครเบอร์ลิน</p><p><strong>เบอร์ลิน </strong>เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของเยอรมนี มีประชากรประมาณ 3.5 ล้านคน เบอร์ลินเป็นศูนย์กลางของประเทศในแทบทุกด้าน มีพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์มากกว่า 150 แห่ง แห่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ ประตูชัยบรันเดนบูร์ก กำแพงเบอร์ลิน มหาวิหาร เบอร์ลิน อาคารรัฐสภาไรซ์ทาค เกาะพิพิธภัณฑ์มรดกโลก เช็คพ้อยท์ชาลี ฯลฯ</p><p>คณะเราเข้ามาถึงนครเบอร์ลินเย็นมากแล้ว แต่ก็ยังได้ผ่านชมอาคารอาคารรัฐสภา ไรซ์ทาค แล้วแวะไปถ่ายภาพที่ประตูชัยบรันเดนบูร์ก ยามประดับไฟสวยงามมากครับ</p><p>อาหารค่ำเราทานอาหารเยอรมันที่ภัตตาคารโรงเบียร์ และไปเช็คอินเข้าที่พักที่ โรงแรม CITY HOTEL BERLIN EAST</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/E09C0607-1EC9-4C76-A184-676CC0B54899.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/ED827C3D-2A08-41D4-AE02-2AB85112D9CF.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/1AF537FC-9351-48FC-965B-53A15F6EBFB0.jpg" width="2448" height="3264" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/FDE09F46-0294-4371-B6F1-DAC2725E11CC.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/BF518CF1-28A9-447F-A9A8-3970F9A7AF90.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/1DDA0F22-68F4-4415-BD10-78ED16D2E482.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/6FA903DE-28D5-4CC2-86CD-5ACF81D82CEC.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/7761E6BB-170B-416F-BB53-2FBA98562262.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/098381F7-1CB6-4D90-8550-2059E7B967E1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/6DD0DFBF-DEE0-40A1-B187-0E2720517A65.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/199B8384-C269-45CE-A084-4098E4C83956.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/1CB07F5E-FAA7-4BD3-810A-CDDAAB5AA8C1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>กำแพงเบอร์ลินและเช็คพ้อยท์ชาลี</strong> เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปสินสุด ฝ่ายสัมพันธมิตรได้เข้ายึดครองเยอรมนี และแบ่งออกเป็นเยอรมนีตะวันออกที่ปกครอง โดยกองทัพรัสเซีย กับเยอรมนีตะวันตกที่ปกครองโดยกองทัพอเมริกันและพันธมิตรอื่น และแบ่งเบอร์ลินออกเป็นตะวันออกกับตะวันตกเช่นกัน วันที่ 13 สิงหาคม 2504 พันธมิตร ได้ตกลงก่อสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้น เพื่อปิดกั้นพรมแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตกกับ เยอรมันตะวันออก โดยมีเช็คพ้อยท์ ชาลีเป็นจุดติดต่อระหว่างฝ่ายตะวันตกและตะวันออก เมื่อมีการรวมเยอรมันเข้าด้วยกัน กำแพงเบอร์ลินได้ถูกทำลายลงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2534 โดยบางส่วนยังคงเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ในสมัยที่ยังมีการแบ่งแยก</p><p>หลังอาหารเช้าที่โรงแรม คณะเราไปชมเช็คพ้อยท์ชาลีที่อยู่ในเมืองกันก่อน และ เดินเล่นบริเวณนั้น แล้วมาชมกำแพงเบอร์ลินส่วนที่ยังเก็บรักษาไว้ไม่ไกลจาก Mercedes-Benz Arena แล้วเดินมาถ่ายภาพริมแม่น้ำกัน</p><p><strong>อาคารรัฐสภาไรซ์ทาค และมหาวิหารเบอร์ลิน </strong>จากนั้นเราไปชมอาคารรัฐสภา ไรซ์ทาคกันภายนอก แล้วเดินไปชมมหาวิหารเบอร์ลินอันสวยงาม การเข้าไปชมภายในวิหารต้อง เสียค่าเข้าชม ซึ่งนอกจากชมวิหารแล้วยังรวมถึงพิพิธภัณฑ์ของวิหารด้วย ขณะที่คณะเราเข้าชมนั้น มีการซ้อมแสดงดนตรีวงใหญ่ในวิหารด้วย</p><p>มื้อกลางวัน เราไปทานอาหารไทยกันที่ร้านอาหารไทยในเบอร์ลิน อร่อยครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DCDE507B-A889-45A3-ADBB-AC3A3F2CD63D.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/5890DE58-660D-4863-B3BC-B8A42F4976D6.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DA2240C7-DC37-40BF-B61A-B1E3DA8C382B.jpg" width="3088" height="2320" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/E24E031E-AAFF-4A3D-8192-688333603A73.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/C28423EF-88A9-4735-96E7-F99F8EB6306D.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/90CC98FA-4822-48DD-B79A-1042F99A6B39.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/30939EF7-8F11-4477-B48B-A2564824DBE1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/A86BB3A1-E8CF-4862-B818-4B4D28AE2ED9.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/933776BB-9253-4077-AFFC-DBE64EA8788F.jpg" width="3088" height="2320" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/F0E61EA8-5EEC-4B38-B3BF-02A4F87E4DB3.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/E1E0FFDD-82CA-4CDD-A939-D08A704BB4FB.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/AD86ADAD-C611-4C11-9807-AF123BC52046.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>เดรสเดน</strong> เป็นเมืองหลวงของรัฐซัคเซิน ประเทศเยอรมนีเคยเป็นเมืองที่ประทับ ของกษัตริย์มาก่อน เป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรมธรรมมานาน จนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเมืองที่สวยที่สุดของเยอรมนี แม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของฝ่าย สัมพันธมิตรในสมัยสงครามโลกครังที่ 2 แต่เมื่อสงครามสงบได้มีการบูรณะอาคารโบราณสถานที่ เสียหายให้กลับมาสวยงามเช่นเดิม จนองค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ในปี ค.ศ. 2004</p><p>คณะเราที่เดินทางจากเบอร์ลินมาถึงเดรสเดนในช่วงบ่ายเกือบเย็น แต่ก็มีเวลาเดิน ชมเมือง โดยคณะเราพากันไปที่จตุรัสเมืองเก่าที่มีรูปปั้นของมาร์ตินลูเธอร์อยู่กลางถนน เข้าชมโปสถ์พระแม่มารีแห่งเดรสเดน ชมพระราชวังซวิงเกอร์ อาคารโรงอุปรากร อาคารรัฐสภา ริมแม่น้ำเอลเบ และจุดที่นักท่องเที่ยวที่มายังเดรสเดนต้องไม่พลาด คือ ภาพเซรามิคบนผนัง กำแพงที่ยาวที่สุดในโลก 102 เมตร เป็นภาพที่มีชื่อว่า Procession of Princes คณะเรา 4 คน พากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก</p><p>เราทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารจีนในเมือง แล้วเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม Wyndham Garden Dresden</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2AEA6F10-0C63-4FC0-B9F9-1D76280FB0CE.jpg" width="8168" height="3116" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/64A24343-C729-4291-A17D-0B5250C209FB.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/61751BAA-8105-4E4D-ACDE-AC987E343596.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/CEA16A68-6BF2-46AF-87E2-ED90AB31B9F5.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DDD19407-C8F1-4F85-9263-41F6F485A440.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/1CF12FB0-15E5-4941-AE97-71822720C5F6.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/426C68F4-B50C-4137-9A14-9C5B68FA0913.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/4BEB2BB2-CA61-4FB3-9857-DB16302EF5EF.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/3ED738D3-60B7-48A0-9386-3A41B5358761.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/FBA66439-BD69-4A69-9887-3429CBE0BB04.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2FCEBFE9-2089-4A68-B786-4B3908319712.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>วรอตสวัฟ</strong> เมืองแห่งสีสัน Wroclaw เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของโปแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมมาตังแต่สมัยโบราณ อยู่ห่างจากกรุงเบอร์ลิน 350 กิโลเมตร ห่างจากกรุงปราก 280 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเวียนนา 390 กิโลเมตร และ ห่างจากกรุงวอร์ซอ 340 กิโลเมตร อาคารบ้านเรือนในวรอตสวัฟเต็มไปด้วยสีสัน ได้รับการ จัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในแปดเมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 colorful cities in the world)</p><p>หลังอาหารเช้าที่โรงแรมในเดรสเดน เราเดินทางมายังเมืองวรอตสวัฟ ชมบริเวณ เมืองเก่าที่มีอาคารศาลาว่าการเมืองเดิมที่มีเอกลักษณ์ บริเวณจตุรัสของเมืองมีอาคารที่เต็มไปด้วย สีสันรายล้อมอยู่ กลางลานมีน้าพุวรอตสวัฟที่ตกแต่งไว้อยู่อย่างสวยงาม เราไปยังเกาะวิหาร แห่งวรอตสวัฟที่มีสะพานเหล็กสีฟ้าอมเขียวสวยเชื่อมไปยังวิหารเซนต์จอห์นเดอะแบบทิสต์ บริเวณสะพานนี้เป็นที่นิยมของคู่รักทังหลายที่จะนำกุญแจมาคล้องความรักไว้กับสะพานไม่ได้หล่น หายไป ผ่านชมมหาวิทยาลัยวรอตสวัฟที่มีชื่อเสียง ศิษย์เก่าได้รับรางวัลโนเบลมากมาย</p><p><strong>พักโนโวเทลคราคูฟ 2 คืน</strong> เราออกจากวรอตสวัฟในตอนบ่ายมาถึงคราคูฟ เกือบค่ำ จึงไปทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารจีนแล้วเช็คอินเข้าพักโรงแรม Novotel Krakow Centrum เราจะค้างที่นี้ 2 คืน</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/4F20C1C6-B454-42F5-A03F-450F2F1B2A9A.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/B52FB450-059D-4494-9B0D-74CCBFB07567.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2CE6CD16-548D-443C-A406-1ECA4F35D335.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/7F07C875-B67E-49C8-A62C-040A7A8CB63E.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/4398F8F4-C009-42E6-84E0-649EED19CE6E.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/03ABA176-0723-4848-9A55-C0E783580BD0.jpg" width="3088" height="2320" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/8289A56A-1811-45AB-BE49-E5DDE7806E79.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/7644045C-F1F1-4BAD-A6A1-F3ADD735C138.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/93310769-FF81-47A1-B847-0C8AC17D56D3.jpg" width="2448" height="3264" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/9EFA94AC-6789-4820-B503-8574B671C729.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/15415728-E3D9-4A6F-9C28-1AA47F852BE9.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/02D344EC-1E59-431F-BEBB-031DDE4130E8.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ </strong>สมัยสงครามโลกครังที่ 2 กองทัพนาซีได้บุกเข้ายึดครอง โปแลนด์ ใน ค.ศ. 1939 นาซีได้เปลี่ยนชื่อเมืองออชฟีแยญชิมเป็นเมืองเอาช์วิทซ์ และได้สร้าง ค่ายกักกันเชลยสงครามที่ใหญ่ที่สุดขึ้น หลังสงครามในปี ค.ศ. 1947 โปแลนด์ได้ปรับปรุงค่ายนี้ให้ เป็นพิพิธภัณฑ์ค่ายเอาช์วิทซ์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิต ในปี ค.ศ. 1979 องค์การยูเนสโก้ ได้ขึ้นทะเบียนค่ายเอาช์วิทซ์นี้ให้เป็นมรดกโลก</p><p>คณะเราเดินทางมาจากคราคูฟ รอเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งบริษัททัวร์ได้ส่งรายชื่อ มาไว้ล่วงหน้า ในพิพิธภัณฑ์มีภาพถ่ายเหตุการณ์ในค่ายกักกันขณะที่เปิดทำการ ชมห้องที่เก็บข้าว ของเครื่องใช้ของเชลย เช่นกระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน กระป๋องน้ำ จานช้อน หวี และ เส้นผมที่ถูกตัดมาจากเชลย รวมถึงห้องที่เก็บกระป๋องแก๊สไซยาไนด์ที่ใช้รมเชลยจำนวนมาก อาคารค่าย 20 อาคาร และห้องอาบน้ำที่ใช้เป็นที่รมแก๊สเหล่าเชลย</p><p><strong>เหมืองเกลือเวียลิชก้า</strong> มื้อกลางวันเราทานอาหารท้องถิ่นของเอาช์วิทซ์ แล้วเดินทางไปเมืองเวียลิชก้า เพื่อชมเหมืองเกลือใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ที่มีประวัติ การทำเหมืองมามากว่า 1,000 ปี เราลงลิฟต์ไปหลายต่อลงไปถึงพื้นเหมืองด้านล่างที่ลึก ถึง 327 เมตร มีความยาวรวมกันมากกว่า 300 กิโลเมตร พบห้องต่าง ๆ ที่แกะสลักเป็นโบสถ์ ขนาดย่อม ห้องโถงขนาดใหญ่ และห้องต่าง ๆ และรูปปั้นที่แกะสลักจากหินเกลือมากมาย ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนเหมืองที่เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988</p><p>เรากลับมาทานมือค่ำกันที่ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง และกลับเข้าที่พักโรงแรม โนโวเทลคราคูฟเซนเทรม เป็นคืนที่สอง</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/9D354CD4-C2BE-4333-96E9-D12466D84067.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/615D2978-B020-4E3B-B5EB-85B4D3DDA8A9.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/6648CD2B-0D85-48C0-BF31-A61B86D8CA3C.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/26E2E845-B965-4F31-A643-E60E88397192.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/B23FC94A-7732-4B81-9FDA-A4D5B61247CD.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2756182A-BE79-45FC-B62F-59295ABED57B.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25829433.jpg" width="1774" height="2364" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25829431.jpg" width="1774" height="2364" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25829430.jpg" width="2364" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25829427.jpg" width="2364" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25829432.jpg" width="2364" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ดราคูฟเมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์</strong> ดราคูฟสร้างขึ้นมาตังแต่ศตวรรษที่ 7 จึงเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ ปัจจุบันเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองลงมาจากกรุงวอซอร์ ดราคูฟเคยเป็นเมืองหลวงของโปแลนด์อยู่กว่า 500 ปี (ค.ศ. 1038 – 1596) เป็นเมือง ศูนย์กลางการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรม ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1978</p><p>หลังอาหารเช้า เราออกไปชมเมืองคราคูฟกัน โดยเริ่มต้นที่จตุรัสใหญ่กลางเมือง เมนมาร์เกทสแควร์ เช้านีมีตลาดนัดที่จัตุรัสจึงมีดอกไม้ผลไม้รวมทังผลิตผลท้องถิ่นลานตา ข้างจัตุรัสเป็นโคลธฮอลล์ที่เรียกได้ว่าเป็นตลาดหรือห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสร้างมาตังแต่ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันนักท่องเที่ยวหาซือของที่ระลึกต่าง ๆ ได้ที่นี่ อีกด้าน หนึ่งของจตุรัสเป็นโบสถ์หรือวิหารประจ้าเมืองคือเซนต์แมรี่บาซิลิกา สร้างสมัยศตวรรษที่ 14 ไปชมย่านประวัติศาสตร์ชุมชนคนยิวเก่า Kazimierz ที่พลาดไม่ได้คือ ปราสาทวาเวลที่ผสมผสาน สถาปัตยกรรมและศิลปะของยุคกลาง โกซิค เรเนอซองส์ และบาโรค รวมทังอิตาเลียนสไตล์ด้วย สีสันงดงามมาก ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์</p><p>มื้อกลางวันเราทานอาหารพื้นเมืองในดราคูฟ ก่อนออกเดินทางไปบราติสลาวา</p><p>บราติสลาวาเมืองหลวงของสโลวัก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูปบริเวณชายแดนไม่ไกล จากออสเตรียและฮังการี คณะเราไปชมปราสาทบราติสลาวา ถ่ายภาพร่วมกับรูปปั้นทองเหลืองรูป คนงานที่โผล่ออกมาจากท่อระบายน้ำ ชมโบสถ์เซนต์อลิซาเบธ หรือโบสถ์สีน้ำเงิน ผ่านจุดชมวิว รูปยานยูเอฟโอที่อยู่บนเสาสะพาน SNP ชมมหาวิหารเซนต์มาร์ติน ศาลาว่าการเมืองเก่า</p><p>มือค่ำทานอาหารพื้นเมืองในบราติสลาวา แล้วเข้าพักที่ฮอลิเดย์อินน์ บราติสลาลา</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/45CDDA8F-DD57-4C6F-95D6-5389D3C631B0.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2E7A2094-9089-490F-A96A-C249E77F6F2D.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/41822E56-039F-4AF5-A892-CDF30DD78095.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/73B3E341-A1A2-44BD-99AB-6C9D7FF7ACF0.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/84090AFB-6BB2-47D3-91C9-1457ACE7FFD4.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/01737213-1EF1-46C2-A619-45D79BC72D0F.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/52F1305B-E42F-45DA-84CF-BDAF840130A2-1.jpg" width="3264" height="2448" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/BE85D35C-46AC-4CA2-A439-78DDE0F66EA6-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/30662A44-B955-46BE-A9BD-29A14DA5A274-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/0B53C308-D939-4959-A996-F3A9894C7514-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/ED3B48E6-DC06-47E0-845D-108B8694E185-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/2D5AE0AF-1B7C-4878-A79D-A030648CEFB0.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>เวียนนาที่น่ารัก</strong> หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เรามุ่งตรงเข้ามายังกรุงเวียนนา เมืองหลวง ของประเทศออสเตรีย ประชากรประมาณ 2 ล้านคน เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่ ที่สุดในโลก (ค.ศ. 2005) มีถนนวงแหวนริงโรดเป็นถนนสายหลัก</p><p>คณะเราได้เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับสบวร์ค พื้นที่รวมสวนไม้ดอกกว้างขวางสวยงามมาก มีห้องจำนวนมากกว่า 1,000 ห้อง แต่เปิดให้ นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงบางส่วน จากนั้นก็เข้าเมืองมาตามถนนริงโรด ผ่านชมพระราชวังฮับสบวร์ค ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิราชวงศ์ราชวงศ์ฮับสบวร์คทุกพระองค์ ปัจจุบันใช้เป็น ทำเนียบประธานาธิบดีของออสเตรีย ผ่านชมอาคารรัฐสภา และโอเปร่าเฮ้าส์ออฟเวียนนา</p><p>ทัวร์พาพวกเรามาส่งที่ถนนกราเบนและโคห์ลมาร์ท ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งกลางเมือง หลังอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีนบริเวณนั้น คณะเรา 4 คน เข้าชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟน ที่เป็นวิหารประจำกรุงเวียนนา และเป็นแลนด์มาร์คของเวียนนาด้วย ออกจากมหาวิหารเราเดิน วินโดว์ช้อปปิ้งกันทังถนนกราเบนและโคห์ลมาร์ท ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมมาจากทั่วโลก</p><p>เวียนนาเป็นเมืองที่ผู้เขียนและครอบครัวชอบมาก ถ้าไปครั้งใดที่ได้พักค้าง ในเวียนนา มือเย็นเราจะหาโอกาสไปทานอาหารพืนถิ่น ที่หมู่บ้านกรินซึ่งที่อยู่ชานเมืองเวียนนา แต่ทริปนี้แม้ไม่ได้พักค้าง คณะเรา 4 คน ยังมีเวลาไปทำเรื่องที่ชอบอีกอย่างหนึ่ง คือ ไปทาน ช็อกโกแล็ต ชา กาแฟร้อน ๆ กับเค้กช็อกโกแล็ตที่ได้รับการยอมรับว่าอร่อยที่สุด ที่ร้าน Sacher ด้านข้างโอเปร่าเฮ้าส์ออฟเวียนนา ครั้งนีก็ไม่ผิดหวังขนมหวานและเครื่องดื่มร้อน ๆ ยังอร่อย เช่นเดิม บริกรของร้านก็อารมณ์ดี ช่วยถ่ายภาพให้คณะเรา 4 คน แล้ว ยังถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเองมา ให้คณะเรามาเป็นที่ระลึกด้วย น่ารักดีไหมครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/BB339D08-ADFF-44AF-879E-4E29DEB9BB4A.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/5BEE5095-0AAB-4E4A-B1DE-B65C78798AA7.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/99151112-5ABD-4972-B70B-A0A1CC087BE8.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/EFA4E360-CF00-4A15-BF83-F94581DF0322.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/9883561B-A99A-43AD-B64D-6D68C1B711E2.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/08F66F6F-811F-4562-97D4-831A26C182FD.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/05A46ED4-B92D-488C-8C1C-8AA85A2454AC.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/B7A2967F-CCDD-4CB0-B9F4-2B4EFA21E31E.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/27FF5C1B-E00C-4BD2-90BF-D2F0937F6B22.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/9309E454-70C7-4AC9-B398-03B585C0A071.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/D5A67327-B98C-4F54-B051-22738D9993E9.jpg" width="3088" height="2320" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/169117D5-851E-43EC-B9C6-95FDB00DC1CD.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ไปสนามบินเวทซาท : ขึ้นเครื่องกลับบ้าน </strong>ประมาณ 18.00 น.เศษ คณะเราออก จากถนนคาร์ทเนอร์ ตรงไปยังสนามบินเวทซาทของเวียนนา เผื่อเวลาให้ผู้ซื้อของปลอดภาษีไป ทำรีฟันด์ และเผื่อเวลาให้ผู้ที่ต้องการช้อปปิ้งเพิ่มเติมจากร้านค้าในสนามบิน</p><p>22.00 น. เราบินกลับบ้านโดย EK.126 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบแล้วบิน EK.372 กลับกรุงเทพ ถึงสุวรรณภูมิ 18.40 น.</p><p><strong>บันทึกบรรยากาศท่องเที่ยวก่อนวิกฤตการณ์โควิค</strong> ทริปนี้เราเดินทางกัน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 วิกฤตการณ์โควิค 19 เกิดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 บันทึก การเดินทางฉบับนี้จึงเป็นบรรยากาศการท่องเที่ยวก่อนวิกฤตการณ์ที่เที่ยวกันแบบสบาย ๆ ต่อไปนี้โอกาสการท่องเที่ยวเปิดอีกเมื่อใด บรรยากาศการท่องเที่ยวคงเปลี่ยนไปพอสมควร</p><p>ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้เดินทางไปทุกสถานที่ที่อยากไป ขอให้ปลอดจากโรคภัย ไข้เจ็บ และอุบัติเหตุทุกประการครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/8A6A2CF5-FE6D-41E0-9CAE-6E945604C14C.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/5D0A033D-8185-41C5-BBB0-0FAA9D27C32C.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/78C1EE8E-DE77-4C07-BF80-22939D44C8B2.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/326C5785-C59A-4BEE-A10A-4866223A4865.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/D139FD96-33AC-41BD-92E4-58C7C1480485.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/E7F2B2AE-217D-4F86-995D-299295CAFBC9.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p></p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/DC89AB8D-6C91-4748-AE8D-47E950A76EAF-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/86AD4A04-2AF9-45E8-9D8B-B46BB6DFCB09-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/0B629003-FB4B-4B7E-9024-E5C01B4F3AAC-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/55C63B4B-B294-4B96-A4BA-D1E952D8CC71-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/F872F8EB-9D77-4A37-9A28-FD90EDC24142-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/164EA3E1-2713-4FE0-9E17-7A6F269F3E8C-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก:(3)ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ เยอรมนี – โปแลนด์ – สโลวัค – ออสเตรีย"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery-->]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์]]></title><description><![CDATA[<p>เที่ยวแบบแปลกทริปที่สองมาแล้วครับ ทริปนี้เราจะไปเที่ยวเมืองน้ำแข็งกัน แปลก ไหมละครับ เมืองน้ำแข็งที่ว่านี้ก็คือประเทศไอซ์แลนด์ (ICELAND) โดยคณะของเราจะท่องเที่ยว และพักค้างในไอซ์แลนด์ 5 คืน และขากลับจะแวะค้างเพื่อเข้าไปเที่ยวกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์อีก</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/ethiiywaebbaeplk-2-emuue-ngnmaaaekhngai-chaelnd/</link><guid isPermaLink="false">5f8a74684cdbeb07bf7470b3</guid><category><![CDATA[Travel]]></category><category><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก]]></category><dc:creator><![CDATA[คุณขาว]]></dc:creator><pubDate>Sat, 17 Oct 2020 04:48:49 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/photo-1489864983806-4d0d07e2d37d.jpeg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/photo-1489864983806-4d0d07e2d37d.jpeg" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"><p>เที่ยวแบบแปลกทริปที่สองมาแล้วครับ ทริปนี้เราจะไปเที่ยวเมืองน้ำแข็งกัน แปลก ไหมละครับ เมืองน้ำแข็งที่ว่านี้ก็คือประเทศไอซ์แลนด์ (ICELAND) โดยคณะของเราจะท่องเที่ยว และพักค้างในไอซ์แลนด์ 5 คืน และขากลับจะแวะค้างเพื่อเข้าไปเที่ยวกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์อีก 1 คืน</p><p><strong>ไอซ์แลนด์ </strong>มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มนอร์ดิก ตัวประเทศเป็นเกาะอยู่ในทะเลเหนือด้านทิศตะวันตกของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย อันได้แก่ เดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์มีพลเมืองเพียง 350,000 คนเศษ เมืองหลวงชื่อเรคยาวิก ใช้เงินสกุลเงินโครนาไอซ์แลนด์ โดย 100 โครนา ไอซ์แลนด์มีค่าประมาณ 25 บาทไทย ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มเชงเกนด้วย</p><p><strong>กรุงเทพ – เฮลซิงกิ - เรคยาวิก (เคฟลาวิก) </strong>คณะของเราเดินทางไปไอซ์แลนด์ โดยสารสายการบินฟินแอร์ ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ 23.00 น. บินตรงไปยังเฮลซิงกิ ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมงเศษ เมื่อถึงสนามบินเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศ แรกในกลุ่มเชงเกนที่เราจะเดินทางเข้าไป คณะของเราจึงการตรวจลงตราเข้าเมืองที่สนามบิน เฮลซิงกินี้ก่อน เราใช้เวลาที่สนามบินนี้ประมาณ 2 ชั่วโมงก็เปลี่ยนเครื่องบินเดินทางต่อไป ใช้เวลา บินประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็ถึงสนามบินเคฟลาวิก ของกรุงเรคยาวิกอันเป็นจุดหมายของคณะเรา บริเวณด้านหน้าสนามบินเคฟลาวิกมีรูปปั้นหรือประติมากรรมที่แปลกสวยงามแสดงอยู่ด้วย</p><p><strong>สี่เทพตะลุยไอซ์แลนด์ </strong>คณะเที่ยวแบบแปลกทริปนี้เป็นชุดเล็กแค่ 4 คน ประกอบด้วยผู้เขียน พี่แป๊ว พี่ปาน และลุงนิด โดยมี “ยุธ” รุ่นน้องผู้เขียน (OSK 102 และ มธ. สิงห์แดง) เป็นผู้นำคณะไป เมื่อคณะเราเดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิกในตอนเช้าของเวลาท้องถิ่น “มด” รุ่นน้อง มธ. (สิงห์แดง) ซึ่งเป็นผู้จัดโปรแกรมทัวร์ให้คณะเราและบินมาก่อนล่วงหน้า ได้นำรถแวนตู้ 8 ที่นั่งมารับ คณะเรารวม 6 คน จึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเรคยาวิกเพื่อชมเมืองและ เที่ยวไอซ์แลนด์ตามโปรแกรมที่มดจัดเตรียมไว้ให้ ในการนี้ยุธได้ตั้งไลน์เพื่อความสะดวก ในการติดต่อกัน โดยตั้งชื่อไลน์ว่า “สี่เทพตะลุยไอซ์แลนด์”</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796642-1.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796640-1.jpg" width="1478" height="1108" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/78B0867B-B71C-4D02-B3D2-ABF1B11A8269-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/C91CF8A1-DC72-4DF4-9A41-E575558B0754-1.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>SOLFAR (SUN VOYAGER) </strong>สิ่งแรกที่นักเที่ยวไอซ์แลนด์ควรไปชมเมื่อมาถึงเรค ยาวิก คือ ประติมากรรมสัญลักษณ์เรือไวกิ้ง ซึ่งประติมากรผู้ปั้น JON GUNNA ARNASON ให้ ความหมายว่าเป็น “เรือแห่งความฝัน” ที่เป็นบทสรรเสริญพระอาทิตย์ด้วย ประติมากรรมชั้นนี้ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวหน้าเมืองเรคยาวิกที่มี่ทิวเขาเป็นฉากอยู่ด้านหลังไกล ๆ วันที่คณะเราไปถึง (ปลายเดือนมกราคม 2563) มีหิมะโปรยปรายลงมา จึงท้าให้ประติมากรรมชิ้นนี้ดูโดดเด่น สวยงามมากครับ</p><p><strong>โบสถ์ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (HALLGRIMSKIRKJA) </strong>เป็นโบสถ์คริสต์ที่สูงที่สุดใน ไอซ์แลนด์ โดยสูงถึง 74.5 เมตร ตัวโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินสูง จึงสามารถมองเห็นได้จากบริเวณอื่น ของเมือง เช่นแถวถนนชอปปิ้ง สถาปัตยกรรมของโบสถ์นั้น ผู้เขียนเชื่อว่าสถาปนิกน่าจะได้แรง บันดาลใจจากเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมที่เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่แปลกและสวยงาม แถวหาดทรายดำ ด้านหน้าโบสถ์มีอนุสาวรีย์เลฟร์อีริคสัน ชาวไวกิ้งผู้ไปบุกเบิกยังดินแดนอเมริกา ตอนเหนือเป็นคนแรก</p><p><strong>อาคารจุดชมวิว PERLAN </strong>เป็นอาคารที่สร้างขึ้นบนเนินสูงเพื่อเป็นจุดชมวิวของ เรคยาวิก สามารถชมวิวรอบเรคยาวิกได้อย่างพาโนรามาเพราะไม่มีอาคารตึกสูงมาบัง ในอาคาร มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไวกิ้ง นิทรรศการ ร้านอาหารและของที่ระลึก</p><p><strong>ย่านชอปปิ้งสตรีท </strong>ทางลาดเนินจากโบสถ์ลงไปถึงอ่าวริมน้ำ จะเป็นย่านชอบปิ้ง สตรีท มีร้านค้าต่าง ๆ อาคารตลาดนัด ร้านอาหาร ซึ่งมีร้านอาหารไทยบริเวณนี้ด้วย ของอร่อย ราคาถูกบริเวณนี้ จะเป็นฮอทดอก ราคา 100 โครนา (25 บาท) มีลูกค้าเข้าคิวยาวรอซื้อ</p><p><strong>คืนแรกที่ SELFOSS </strong>หน้าหนาวไอซ์แลนด์ กลางวันสั้นกลางคืนยาว ตอนเช้าต้อง 9.00 น.แล้วจึงจะมีแสงสว่าง แต่ตอนเย็นยังไม่ทันจะ 17.00 น. ก็มืดแล้ว คณะของเราจึงรีบออก เรคยาวิกไปตามถนน RING ROAD ซึ่งเป็นเส้นรอบเกาะ มุ่งหน้าไปยังเมือง SELFOSS ซึ่งต้องใช้ เวลาขับรถไป 2 – 3 ชั่วโมง เข้าพักในโรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้า อาหารค่ำฝ่าหิมะออกไปทานกันที่ ร้านใกล้กับที่พัก อุณหภูมิที่หน้าร้านอาหารคือ -4oc หลังอาหารกลับเข้าห้องพักก็หลับผลอย กัน โดยเร็ว เพราะเราเดินทางมาจากกรุงเทพมามากกว่า 20 ชั่วโมง</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796649.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796645.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796647.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796648.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>ออกล่าแสงเหนือ </strong>ตอนดึกประมาณสัก 5 ทุ่มเศษ มดกับยุธ ซึ่งคอยเปิดดูแอปแสง เหนือโทรมาตามห้องพักพวกเราบอกว่า ตามแผนที่แสงออโรร่าแสดงว่าความเข้มของคลื่นแสง มีมากเพียงพอที่จะสามารถมองเห็นได้ ประกอบกับท้องฟ้าเริ่มเปิดไม่มีเมฆ จึงชวนคณะออกไปล่า แสงเหนือกัน เพราะบริเวณในเมืองจะมีแสงไฟสว่าง ท้าให้มองและถ่ายภาพแสงเหนือได้ไม่ชัดเข้ม จึงต้องขับรถออกไปหาที่มืด ๆ หรือที่มีแสงไฟน้อย เพื่อหาจุดชมแสงออโรร่าได้ชัดเจน คณะเรา ที่เป็น สว. (ผู้สูงวัย) ขอสละสิทธิ์ คงมีพี่ปานที่ออกไปกับมดและยุธ ออกไปล่าแสงเหนือกัน และกลับมา เล่าให้ฟังว่าต้องไปจอดรถบริเวณทางที่มืด ๆ อากาศหนาวมาก ตอนถ่ายภาพคนร่วมกันแสงเหนือ คนจะต้องยืนนิ่ง ๆ นานเป็นหลายนาที เพื่อให้กล้องสามารถรวมแสงให้มากพอ หากเคลื่อนไหวภาพ คนจะเบลอเห็นไม่ชัด และต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วย ภาพที่ได้ออกมาคืนนี้ใช้ได้ สวยงามดีครับ</p><p><strong>ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ KERIJ </strong>หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เราออกเดินทางไป ชมทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ KERIJ เป็นแห่งแรก จากภาพถ่ายในโบรชัวร์ของอุทยานแห่งชาติ เป็นภาพที่ถ่ายในฤดูร้อนมีน้ำเต็มทะเลสาบที่เกิดขึ้นบนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทมานานแล้ว รอบปากปล่องมีต้นไม้ขึ้นเขียวสวยงาม แต่วันที่เราไปเยี่ยมชมเป็นหน้าหนาว จึงมีหิมะขาวโพลน แทนที่ ก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่งครับ</p><p><strong>น้ําตกสูงที่สุด : สโคการ์ฟอสส์ </strong>คณะเรายังคงใช้ถนนวงแหวน (ROUTEI) มุ่งลง ใต้ต่อ เพื่อไปยังหมู่บ้านสโคคาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกสโคการ์ฟอสส์ (SKOGAFOSS FALLS) เป็นน้ำตกสูงที่สุดในไอซ์แลนด์ โดยสูงถึง 60 เมตร และกว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 5 เป็นน้ำตกที่ สวยงามที่แม่น้ำไหลตกลงมาจากหน้าผาทั้งแม่น้ำเป็นม่านน้ำพริ้วขาวลงมาสวยงามมากครับ เราไปถึงน้ำตกตอนบ่ายขณะยืนมองดูน้ำตกแสงอาทิตย์จะส่องจากด้านหลังของเราไปกระทบ ละอองน้ำตกมองเห็นเป็นรุ้งยิ่งเพิ่มความงามของน้ำตกเข้าไปอีก ส้าหรับท่านที่ชอบเทรคกิ้งส์ทาง อุทยานได้ท้าทางเดินข้างน้ำตกขึ้นไปถึงด้านบนมาด้วย</p><p><strong>หาดทรายดํา REYNISFJARA </strong>รู้จักกันดีในชื่อว่า The Black Beach ที่ได้รับการ จัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในหาดทรายที่สวยที่สุดในโลก ทรายบนหาดมีลักษณะเป็นกรวดก้อนเล็ก ๆ ที่เกิดจากก้อนหินลาวาที่กัดกร่อนผุพังและถูกคลื่นซัดจนเป็นก้อนกรวดเล็กเกือบจะเป็นเม็ดทราย ที่มีสีดำอยู่เต็มชายหาด ด้านข้างเป็นภูเขาหินบะซอลท์ที่อัดตัวกันกลายเป็นเสาหินหกเหลี่ยม เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มองเห็นเป็นกำแพงเสาหินเป็นฉากขับให้หาดทรายดำดูเด่นสวยงาม ในทะเลไม่ห่างจากฝั่งมีเกาะหินรูปร่างแปลกสวยงานเรียงรายอยู่ รวมทั้งเกาะที่ด้านบนราบเรียบ หิมะเกาะขาวโพลนทั้งเกาะ ขณะที่เราไปถึงหาดทรายดำ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจ้านวนมาก คึกคักดีครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796651.jpg" width="869" height="1883" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796653.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/EE01FEC4-DEEE-4D92-BA24-D0B432E6B6F4.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/7980BDC5-9407-442F-942B-ED22C44448B6.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>คืนที่สองและสามพัก HOTEL LAKI </strong>ไม่ไกลจากหาดทรายด้า มีเมืองขนาดย่อม ที่มีชอบปิ้งมอลค์และซุปเปอร์มาร์เก็ต มีโบสถ์สวยตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อขึ้นไปก็มองเห็นได้ทั้งเมือง และมองเห็นอีกด้านหนึ่งของภูเขาหินบะซอลท์ที่อยู่บริเวณหาดทรายดำด้วย คณะเราแวะซื้อของ และเติมน้ำมันรถแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังเมือง Kirkjubæjarklaustur เพื่อเข้าที่พักท่ี Hotel Laki ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองพอสมควร คณะเราจะพักที่ Hotel Laki น้ี 2 คืน</p><p><strong>ออโรร่ามาหาถึงที่พัก </strong>Hotel Laki เป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ทที่อยู่กลางทุ่งหิมะ เพื่อนบ้านใกล้เคียงมีเพียง 2 – 3 หลังอยู่ห่าง ๆ เวลากลางคืนจึงมีแสงไฟรบกวนน้อยมาก คณะ เราทานอาหารค่ำท่ีโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อใกล้อิ่มสัก 21.00 น. เศษ มดกับยุธ ซึ่งคอยเช็คดู แอปแสงเหนืออยู่ มาบอกว่าวันนี้มีสัญญาณแรงมาก และท้องฟ้าก็เปิดไม่มีเมฆหรือหิมะตก น่าจะเห็นแสงเหนือหรือออโรร่าได้ชัดเจน คณะเราจึงออกมาต้ังกล้องท่ีลานหน้าโรงแรมที่พัก เป็นจริงดังคาด ภาพแสงออโรร่าที่ได้มา จะเห็นเป็นแถบแสงสีเขียวเข้มชัดเจนมาก คณะเราทั้งสี่คน ต้องยืนนิ่ง ๆ จึงได้ภาพที่ถ่ายกับแสงเหนือที่สวยงามน้ี คืนนี้คณะเราจึงโชคดีท่ีไม่ต้องขับรถฝ่าความ มืดและความหนาวออกไปล่าแสงเหนือ แต่แสงเหนือมาหาคณะเราถึงที่พักเลย สุดยอดครับ</p><p><strong>ทะเลสาบธารน้ําแข็งใหญ่ท่ีสุด </strong>: หลังอาหารเช้าท่ีโรงแรม เรามุ่งหน้าไปชม ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ท่ีสุดในไอซ์แลนด์ คือ โจกุลซาลอนกราเซียร์ ท่ีอยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติ สกาฟตาลเฟลและเมืองฮอฟน์ ธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนน้ีเป็นส่วนปลายของธารน้ำแข็งพันปี วันทนาโจกุลที่จะไหลลงสู่ทะเล โดยเมื่อ 30 – 40 ปีก่อน น้ำแข็งก้อนใหญ่มหิมาค่อย ๆ แตกตัว เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งท่ีกว้างขวาง น้ำแข็งที่แตกตัวออกเป็นรูปร่างแปลก ๆ ลอยออกทะเล และถูกคลื่นซัดข้ึนมาบนหาดทรายดำที่อยู่ข้าง ๆ ทะเลสาบธารน้ำแข็งนี้ ที่รู้จักกันในช่ือว่า ไดมอนด์บีช</p><p>บริเวณจุดชมวิว จะมีรถซุปเปอร์จิ๊ปที่จะน้านักเที่ยวไปชมถ้ำน้ำแข็งคริสตัล ค่าบริการท่ีรวมค่าเข้าชมถ้ำน้ำแข็งสูงหน่อย ประมาณ 180 ยูโรครับ</p><p><strong>อุทยาน (น้ําแข็ง) แห่งชาติ : วัทนาโจกุล </strong>ในช่วงบ่ายเราแวะชมอุทยานแห่งชาติ วัทนาโจกุล ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติท่ีใหญ่ท่ีสุดของไอซ์แลนด์ เพราะบริเวณของอุทยานนี้ได้รวบ ทุ่งหิมะและธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุลไว้ด้วย เฉพาะธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุลน้ีกลับยาวมาก ดังเห็นได้จากทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งใหญ่ท่ีสุดนั้นก็เป็นเพียง ส่วนปลายธารน้ำแข็งพันปีวัทนาโจกุลน้ี นอกจากนี้ยอดเขาสูงท่ีสุดในไอซ์แลนด์ก็อยู่ในเขตอุทยาท แห่งชาติวัทนาโจกุลน้ีด้วย คณะเรากลับถึงท่ีพักพลบค่ำแล้ว เช็คสัญญาณแสงเหนืออ่อนมาก และท้องฟ้าปิดมีหิมะลง จึงไม่ได้ชมแสงเหนือในคืนที่สามนี้</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796655.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796657.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796659.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796658.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>น้ําพุร้อน Geysir </strong>เช้าวันรุ่งขึ้นคณะเรามูฟออกจาก Hotel Laki มุ่งหน้าไปสถานที่ ท่องเที่ยวที่มีผู้ไปเที่ยวชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ คือ น้ำพุร้อน Geysir ที่เกิดจากน้ำร้อน ใต้พื้นผิวของโลกที่ได้รับความร้อนจากลาวาภูเขาไฟที่มีอยู่มากในไอซ์แลนด์ โดยบริเวร Geysir นี้ น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 100oc รวมตัวกันอยู่ใต้พื้นหิน เมื่อรวมตัวกันมากขึ้นก็จะเกิดเป็นไอน้ำ ที่หาทางพุ่งทะลุรอยแตกของหินออกมา เป็นลำน้ำร้อนที่สูงถึงประมาณ 180 ฟุตในทุก ๆ 7 -10 นาที หลุมน้ำพุร้อนที่พุ่งออกมานี้มีหลายหลุม แต่ละหลุมจะพุ่งออกมาในเวลาที่ต่างกัน ผู้เข้าเยี่ยมชมจึงต้องคอยจับจ้องดูว่าหลุมไหนจะมีน้ำร้อน (เดือด) พุ่งออกมาให้ดี โดยทางอุทยาน แห่งชาติที่ดูแล Gerysir นี้ จะกั้นบริเวณที่น้ำพุร้อนอาจสาดมาถึงไม่ให้ผู้เที่ยวชมเข้าไปเพราะอาจ เกิดอันตรายได้ เช้าวันที่คณะเราไปถึง Gerysir มีหิมะตกลงมาค่อนข้างหนา จึงทำให้การชมน้ำพุ ร้อนของเราได้บรรยายกาศสนุกสนาน ถ่ายภาพออกมากับน้ำพุร้อน สวยงามมากครับ</p><p><strong>น้ําตกทองคำ Gullfoss </strong>ไม่ไกลจากน้ำพุร้อน Gerysir มากนัก จะมีน้ำตกที่งดงาม มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์ คือ น้ำตก Gullfoss ที่แปลว่าทองคำ น้ำตกนี้ได้รับสมญาว่าเป็นไนแอการ่าแห่งไอซ์แลนด์ เพราะเป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำที่มาจากการละลายของธารน้ำแข็งทั้งแม่น้ำไหล ตกลงไปในหน้าผาโบราณที่มีความสูงถึง 32 เมตร องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนน้ำตกแห่งนี้ให้ เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติด้วย</p><p><strong>แสงเหนือพากันมาถึงที่พัก </strong>คืนที่ 4 นี้เราเดินทางไปยังเมือง Grund เพื่อเข้าพัก ในโรงแรม Hotel Guesthouse Fludios หลังอาคารค่ำที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ เราก็เข้าห้องพัก เพราะเหนื่อย เนื่องจากวันนี้เดินทางค่อนข้างไกล</p><p>ตกดึก ยุธมาเคาะเรียกให้ออกไปดูแสงเหนือกัน จึงรีบคว้าเสื้อโค้ทมาสวมทับชุด นอนออกมา ก็พบว่ามดตั้งกล้องรอเอาไว้แล้วอยู่ที่ข้างห้องพักของเราเลย และบอกว่าท้องฟ้าเปิด และสัญญาณแรงมาก เมื่อดูจากกล้องก็จะเห็นแสงเหนือเป็นริ้วเป็นแถบแสงเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงามมากและแสงเข้มชัดมากกว่าคืนที่สองเสียอีก คณะเรารีบถ่ายภาพกันเป็นที่ระลึกแล้วก็รีบ เข้าห้องพัก เพราะอากาศหนาวมาก</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796669.jpg" width="960" height="1280" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796666.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796668.jpg" width="960" height="720" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796665.jpg" width="960" height="1280" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796667.jpg" width="960" height="720" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796663.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796664.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796661.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>วงกลมทองคำ </strong>เช้ารุ่งขึ้น คณะเราใช้ถนนหลักของไอซ์แลนด์ คือ ROUTEI มุ่งหน้า ย้อนเข้ามากรุงเรคยาวิก เพื่อแวะวงกลมทองคำ (Golden Circle) เพื่อเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ ธิงเวลลีย์ รัฐสภาแห่งแรก และรอยแยกของโลก</p><p><strong>อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ </strong>เป็นอุทยานแห่งชาติฤดูหนาวที่มีธรรมชาติสวยงามมาก จนองค์การยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม</p><p><strong>รัฐสภาแห่งแรก </strong>ในบริเวณอุทยานแห่งชาติธิงเวลลีย์ มีพื้นที่ที่ชาวไอซ์แลนด์มา ชุมนุมกันออกเสียงในการเลือกผู้นำหรือการบริหารประเทศ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 930 จึงได้ชื่อว่าเป็น รัฐสภาแห่งแรก</p><p><strong>รอยแยกของโลก </strong>รอยแยกของโลก เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1784 เป็นรอยแยกที่ลึกลงไปในพื้นโลกถึงสืบกว่าเมตรมีน้ำท่วมขังตลอด ทางอุทยานแห่งชาติจะอนุญาต ให้เฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์และอุปกรณ์ดำน้ำที่ทันสมัยปลอดภัยเท่านั้น ที่จะมาขอดำน้ำในบริเวณ รอยแยกของโลกนี้ โดยต้องขออนุญาตล่วงหน้ามาก่อนทางออนไลน์</p><p><strong>วัดไทยในไอซ์แลนด์ </strong>ช่วงบ่ายหลังจากแวะเข้าไปหาซื้อของที่ระลึกในเรคยาวิก คณะเราก็เดินทางไปเยี่ยมวัดไทยในไอซ์แลนด์ มีลักษณะเป็นบ้านที่ดัดแปลงมาเป็นสำนักสงฆ์ อยู่ชานกรุงเรคยาวิก เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาและบรรยายธรรมให้แก่คนไทยในไอซ์แลนด์และ ผู้ที่สนใจ</p><p><strong>คืนสุดท้ายหิมะตกหนัก </strong>ส้าหรับคืนที่ 5 เป็นคืนสุดท้ายของคณะเราในไอซ์แลนด์ ได้จองโรงแรม Dures ที่อยุ่เคฟลาวิต เพราะตอนเย็นของวันรุ่งขึ้นเราจะต้องขึ้นเครื่องกลับมาฟิน เลนด์ หลังออกจากวัดไทยหิมะเริ่มตก และตกมากขึ้นเมื่อใกล้ถึงโรงแรม และตกไปตลอดคืนจนถึง เช้าก็ยังตกอยู่</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796677.jpg" width="3024" height="4032" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796678.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796675.jpg" width="2364" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796679.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796676.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796674.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796673.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796671.jpg" width="960" height="1280" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>บลูลากูน </strong>เช้านี้เรามีโปรแรมที่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ก็ได้ คือ จะไปแช่น้ำอุ่นกันที่ “บลูลากูน” แต่เป็นเพราะหิมะที่ตกหนักติดต่อมาถึงเช้า ทำให้การเดินทางไปบลูลากูนของคณะ เราเสียเวลาเพราะหลงทางไปพอสมควร</p><p><strong>“บลูลากูน” </strong>เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลก และโด่งดังที่สุดของ ไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวนิยมไปลงสระแช่น้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย เช่น ซิลิกา สาหร่ายทะเล ฟลูออรีน โซเดียม โปรแตสเซียม แคลเซียม ซัลเฟต คลอรีน ฯลฯ ที่สำคัญคือ โคลน ที่เกิดจากหินภูเขาไฟ ที่ผลการวิจัยบอกว่าเป็นผลดีกับสุขภาพ</p><p>ทางเดินเข้าบลูลากูนสร้างลดเลี้ยวไประหว่างกองทินพรุนสีด้าที่เกิดจากลาวาเย็น ตัวลง ในอาคารที่ทำการเมื่อผ่านการลงทะเบียนแล้ว นักนิยมน้ำอุ่นจะแยกไปเข้าลอกเกอร์ ซึ่งแยกเป็นของชายและหญิง แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำซึ่งเราต้องเตรียมไปแล้ว ก็จะไปลง สระใหญ่รวมกันโดยไม่แยกเพศ สระที่อยู่กลางแจ้งมีขนาดใหญ่มาก น้ำในสระปรับอุณหภูมิให้อุ่น พอดีไม่ร้อนจัดมาก พื้นสระไม่ลึกมากพอเดินหยั่งถึง บริเวณกลางสระจะมีซุ้มจ่ายเครื่องดื่มและ ครีมพอกหน้าที่สกัดมาจากสาหร่ายทะเล โคลนภูเขาไฟและเกลือแร่ต่าง ๆ</p><p>ขณะที่คณะเราลงแช่น้ำอุ่นอยู่นั้น หิมะก็ยังคงตกโปรยปรายลงมาค่อนข้างมาก ท้าให้คณะของเราเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานได้ภาพสวย กับอากัปกริยาแปลก ๆ จากกล้องมือถือที่ ผู้เขียนเอาใส่ถุงกันน้ำติดลงไปด้วย สรุปแล้วคณะสี่เทพของเราลงมติกันว่า “สมหวังแล้วครับ”</p><p><strong>คืนที่ 6 : พักแถวสนามบินเฮลซิงกิ </strong>คณะเราบินออกจากเคฟลาวิกในตอนค่ำ จึงมาถึงสนามบินเฮลซิงกิค่อนข้างดึก ก็ตรงไปเข้าพักโรงแรมแถวข้างสนามบินชื่อ Pittoli Hotel ที่จองมาล่วงหน้า เพื่อจะได้เข้าไปเที่ยวชมกรุงเฮลซิงกิกันในตอนเช้า</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796690.jpg" width="2362" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796689.jpg" width="2362" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796682.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796688.jpg" width="2362" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796686.jpg" width="1280" height="960" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796684.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796687.jpg" width="2362" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796685.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>เที่ยวชมเฮลซิงกิ </strong>กรุงเฮลซิงกิก็เป็นเมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ มีประชากร ในอาณาบริเวณประมาณ 1.2 ล้านคน อาณาจักรรัสเซียได้เคยมาปกครองฟินแลนด์อยู่ช่วงระยะ เวลาหนึ่ง</p><p>คณะของเราได้เข้าไปเที่ยวชมเฮลซิงกิ โดยเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ Sebelius ที่มีรูปร่างคล้ายท่อลมในเครื่องเล่นออร์แกนใหญ่ ไปเยี่ยมชมโบสถ์หิน Rock Church ที่สร้างโดย การเจาะลงไปในพื้นหิน ไป Senate Square และ Market Square ชมวิหารเฮลซิงกิหรือ Helsinki Cathedral ปิดท้ายด้วยโบสถ์รัสเซียหรือ Uspenski Cathedral ซึ่งสวยงามตามแบบ ฉบับของโบสถ์คริสต์นิกายรัสเซียออร์โธด็อกซ์</p><p>จากนั้นคณะเราไปเดินย่านชอปปิ้งสตรีทของเฮลซิงกิ และทานอาหารก่อนที่จะมา สนามบินเพื่อรอบินกลับกรุงเทพ</p><p><strong>กลับบ้าน : มาตรการ Covid-19 </strong>คณะเราเดินทางไปไอซ์แลนด์เมื่อปลายเดือน มกราคม 2563 ที่พึ่งเริ่มจะมีข่าว Covid-19 ระบาดในจีน เรากลับมาถึงกรุงเทพวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งสถานการณ์ Coivd-19 รุนแรงมากขึ้น และเริ่มมีผลกระทบกับประเทศไทย</p><p>ผู้เขียน เขียนต้นฉบับเที่ยวแบบแปลก (2) นี้เสร็จเมื่อต้นเดือนเมษายน 2563 ซึ่ง เป็นช่วงที่รัฐประกาศใช้มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ฉะนั้น ผู้เขียนจึงขอภาวนา อธิษฐานขอให้ท่านผู้อ่าน ประชาชนคนไทยและทั่วโลกให้ปลอดภัย ห่างจากวิกฤติ Covid-19 ใน เร็ววันนะครับ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/1161068B-D464-4D1E-85A4-58A87B281E0F.jpg" width="4032" height="3024" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796696.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796699.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796694.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796695.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796698.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796692.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/10/S__25796697.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (2) เมืองน้ําแข็งไอซ์แลนด์"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><h2 id="-">									“รักทุกท่านครับ”</h2>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด]]></title><description><![CDATA[ทริปแรกของเที่ยวแบบแปลกนี้ น่าจะเป็นทั้งสองแบบผสมกัน แต่ทริปนี้พาไปสถานที่แปลกออกไป คือ พาไปชมสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง ระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ผีแดง) และทีมลิเวอร์พูล (หงส์แดง) ที่แฟนฟุตบอลชาวไทยรู้จักกันว่าเป็น “ศึกแดงเดือด”]]></description><link>http://blog.iyawat.com/ethiiywaebbaeplk-1-aipchmsuekaedngeduue-d-2/</link><guid isPermaLink="false">5e2c3f32c8794a075e3153e9</guid><category><![CDATA[Sport]]></category><category><![CDATA[Travel]]></category><category><![CDATA[เที่ยวแบบแปลก]]></category><dc:creator><![CDATA[คุณขาว]]></dc:creator><pubDate>Sat, 25 Jan 2020 13:43:10 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700094-2.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<blockquote><strong>เที่ยวแบบแปลกของคุณขาว หมายถึง การท่องเที่ยวไปยังสถานที่แปลกใหม่ไปจากสถานที่ที่บริษัททัวร์นิยมพาลูกค้าไปท่องเที่ยวกัน หรืออาจจะเป็นสถานที่เดิม ๆ แต่เนื้อหาของการท่องเที่ยวนั้นแปลกใหม่ไปจากการไปเที่ยวตามปกติก็ได้ครับ</strong></blockquote><!--kg-card-begin: hr--><hr><!--kg-card-end: hr--><!--kg-card-begin: html--><iframe class="embed_iframe" src="https://s.insta360.com/p/4c54570bef10ab8ee9eab8e44b35e6a2?e=true&locale=en-us" frameborder="0" width="666" height="413" style="width:100%; height: auto; min-height: 400px;"></iframe><!--kg-card-end: html--><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700094-2.jpg" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"><p>	</p><p>	ทริปแรกของเที่ยวแบบแปลกนี้ น่าจะเป็นทั้งสองแบบผสมกัน โดยพาไปเที่ยวยังประเทศอังกฤษที่นักเที่ยวไทยไปกันเป็นประจำอยู่แล้ว ชมวัง ชมเมือง และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ทริปนี้พาไปสถานที่แปลกออกไป คือ พาไปชมสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดัง 2 สนาม และที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือ พาไปชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสาคัญของทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษคือพรีเมียร์ลีก ระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ผีแดง) และทีมลิเวอร์พูล (หงส์แดง) ที่แฟนฟุตบอลชาวไทยรู้จักกันว่าเป็น “ศึกแดงเดือด”</p><p><strong>	ไปกับทัวร์</strong> ผู้เขียนเป็นแฟนฟุตบอลฟรีเมียร์ลีกมานานแล้วครับ แต่ก็ได้แต่ติดตามการแข่งขันทางทีวีเท่านั้น ไม่เคยไปชมถึงสนามจริง แต่จากการได้เห็นได้ยินบรรยากาศการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดทางทีวีที่มีความคึกคักเร้าใจ สนุกสนาน ผู้เขียนจึงตั้งเป้าส่วนตัวไว้ในใจว่าจะหาโอกาสไปชมฟุตบอลฟรีเมียร์ลีกถึงในสนามจริงในประเทศอังกฤษสักครั้งหนึ่ง ดังนั้น เมื่ออ่านพบในสื่อออนไลน์ว่ามีบริษัททัวร์แห่งหนึ่งได้จัดทริปจะพาไปชมศึกแดงเดือดถึงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ดเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน โดยราคาทัวร์ที่รวมตั๋วเข้าชมศึกแดงเดือดแล้วอยู่ในห้าหลักปลาย ๆ ผู้เขียนจึงรีบชวนเพื่อนและญาติได้รวม 5 คน ไปจองทัวร์เพื่อให้สมหวังตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งทราบภายหลังว่าทริปนี้มีผู้จองเต็ม 1 บัส 35 คนอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>	ลอนดอน</strong> เครื่องบินที่พาคณะเราไปถึงสนามบินลอนดอนแกตวิคในตอนเช้าหัวหน้าทัวร์ก็พาเข้ามาในมหานครลอนดอน ชมพระราชวังบักกิ้งแฮม มหาวิหารเวสมินเตอร์ส่วนหอนาฬิกาบิ๊กเบนอยู่ระหว่างปิดซ่อมใหญ่ ชมวิวแม่น้าเทมส์ที่มีชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอายส์เป็นแบคกราวด์ ช้อปปิ้งย่านถนนออกฟอร์ด อาหารค่ามื้อพิเศษที่ Burger &amp; Lobsters ที่พักคืนแรกที่ DoubleTree by Hilton Hotel London Dockland Riverside ซึ่ง ตั้งอยู่ริมแม่นำ้เทมส์ทิวทัศน์สวยงามมากครับ</p><p>	หลังอาหารเช้าที่ห้องอาหารริมน้าของโรงแรม ก็พาไปช้อปกันที่ห้างแฮร์รอทที่มีชื่อเสียงของลอนดอน มื้อกลางวันพาไปทานเป็ดย่างโฟร์ซีซันที่ร้านเก่าดั้งเดิมที่ถนน Queensway ก่อนไป จากลอนดอน</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700078-1.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700082.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700080.jpg" width="2366" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700081.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p><strong>	เบอร์มิงแฮม</strong> ระหว่างเดินทางไปเบอร์มิงแฮม คณะเราแวะช้อปปิ้งกันที่ Bicester Outlet Village ที่มีสินค้าแบรนด์เนมในราคาพิเศษมาให้เลือกตามธรรมเนียมของเอาท์เลท ช้อปกันเสร็จก็มุ่งหน้าเข้าที่พัก คือ Holiday Inn Birmingham </p><p>	เบอร์มิงแฮม เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองลงไปจากมหานครลอนดอนเป็นเมืองอุตสาหกรรมสาคัญมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษ ปัจจุบันยังคงเป็นเมืองสาคัญทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอังกฤษอยู่</p><p><strong>	ลิเวอร์พูล</strong> หลังอาหารเช้าที่โรงแรม คณะเราเดินทางไปชมเมืองลิเวอร์พูลที่คนไทยรู้จักกันดี โดยรุ่นก่อน ๆ รู้จักกันว่าลิเวอร์พูลเป็นเมืองท่าอุตสาหกรรมที่สาคัญของอังกฤษซึ่งบริเวณท่าเรือลิเวอร์พูลที่อยู่ริมน้ากลางเมืองลิเวอร์พูล มีอาคารอนุรักษ์ 3 หลังที่เรียกว่าเดอะทรีเกรซ (The Three Graces) ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลิเวอร์พูล ประกอบด้วยอาคารที่ทำการของการท่าเรือลิเวอร์พูล Post of liverpool building อาคารของบริษัทเดินเรือคูนาร์ค Cunard Building และอาคาร Royal Liver Building ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตหลายชั้นที่ได้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกในอังกฤษ ปัจจุบันได้ปรับปรุงเดอะทรีเกรซให้เป็นแหล่งของที่ระลึก</p><p>	คนไทยรุ่นถัดมาที่เรียกว่ารุ่น Baby Boom ที่ปัจจุบันอายุระหว่าง 60 – 80 จะรู้จักลิเวอร์พูลในฐานะเมืองที่เป็นถิ่นกำเนิดทางวัฒนธรรมของอังกฤษในหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมทางดนตรี วงดนตรีที่มีชื่อเสียงก้องโลก คือ The Beatles ก็ถือกำเนิดจากเมืองลิเวอร์พูล แม้ปัจจุบัน The Beatles จะสลายวงไปหลายสิบปีแล้ว แต่ยังคงมีพิพิธภัณฑ์ The Beatles แสดงเรื่องราวและจาหน่ายของที่ระลึกถึง The Beatles ในเดอะทรีเกรซนี้ด้วย</p><p>	และที่เป็นรู้จักกันดีของแฟนฟุตบอลชาวไทยทุกรุ่นทุกวัย ก็คือ ลิเวอร์พูล เป็นเมืองที่มีสโมสรฟุตบอลที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกอย่างน้อย 2 สโมสร คือ สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันที่มีสนามกูดิสันปาร์คเป็นสนามเหย้า และสโมสรที่โด่งดังมีแฟนไปทั่วโลก คือ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลที่มีสนามแอนฟิลด์ เป็นสนามเหย้า โดยปีที่ผ่านมาสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลพึ่งจะฉลองแชมป์ฟุตบอลยุโรปยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก หลังจากที่เคยครองถ้วยนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน 2 ครั้ง และในฤดูแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 ทีมลิเวอร์พูลยังไม่แพ้ทีมใดเลย มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 </p><p>	<strong>แอนฟิลด์</strong> สนามแอนฟิลด์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884 เป็นบ้านของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันมาก่อน ต่อมาสโมสรลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมใช้สนามแอนฟิลด์ด้วย ภายหลังสโมสรเอฟเวอร์ตันได้แยกตัวออกไปใช้สนามกูดิสันพาร์ค แอนฟิลด์จึงกลายเป็นสนามของสโมสรลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 สโมสรลิเวอร์พูลได้พัฒนาสนามแอนฟิลด์เรื่อยมา ปัจจุบันมีความจุผู้ชมได้มากกว่า 54,000 คน เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่อันดับ 6 ของประเทศอังกฤษ</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700085.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700089.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700087.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700088.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>	บริษัททัวร์ได้จัดให้คณะของเราเข้าชมสนามแอนฟิลด์ที่เรียกว่า Stadium Tours ได้เข้าชมบริเวณด้านในของสนามแอนฟิลด์ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ L.F.C. Story แสดงเรื่องราวของสโมสรลิเวอร์พูลที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 120 ปี ถ้วยรางวัลและของใช้ของที่ระลึกมากมายรวมทั้งคอลเลคชั่นของนักเตะลิเวอร์พูลที่ได้รับการยกย่องจากสโมสร เช่น สตีเฟน เจอราด ปิดท้ายการทัวร์ด้วยการเข้าไปช้อปของที่ระลึกใน Mega Store ของสนาม</p><p>	เสร็จจาก Stadium Tours คณะเราเดินทางไปเข้าที่พักที่เมืองแมนเชสเตอร์ คือโรงแรม Holiday Inn Manchester City Center โดยคณะของเราจะพักที่นี่ 2 คืน</p><p>	<strong>เชสเตอร์</strong> หลังอาหารเช้าที่โรงแรม คณะเราเดินทางไปเที่ยวชมเมืองเชสเตอร์ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่อยู่ข้างเคียงกับแมนเชสเตอร์และลิเวอร์พูล เชสเตอร์มีประวัติอันยาวนานมากกว่า 2,000 ปี ตั้งแต่สมัยโรมันเข้ามามีอิทธิพลในเกาะอังกฤษ ตัวเมืองตัวอาคารบ้านเรือนเป็นสถาปัตยกรรมแบบทิวดอร์ รอบตัวเมืองเป็นกาแพงเมืองที่ยังดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี ทางการเมืองได้จัดทำบันไดให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปชมความงามของตัวเมืองไว้ด้วย</p><p>	คณะเราได้เยี่ยมเมืองเชสเตอร์ในเช้าวันอาทิตย์ ร้านค้าจึงปิดเป็นส่วนใหญ่คงมีเพียงแผงขายของที่ระลึก 2 – 3 ร้าน ซึ่งมีของที่ระลึกของทั้งสโมสรลิเวอร์พูลและสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ผีแดง) ด้วย แต่ฟังจากน้าเสียงของผู้ขายของที่ระลึกแล้ว ชาวเมืองเชสเตอร์น่าจะมีความสนิทสนมกับทางสโมสรลิเวอร์พูลมากกว่า</p><p>	เราทานอาหารกลางวันที่เมืองเชสเตอร์นี้ เป็นพอร์คชอปที่แสนอร่อย หลังอาหาร<br>คณะเราเดินทางไปยังสนามโอลด์แทรฟฟอร์ดของสโมสรฟุตบอลแอนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพื่อเข้าชม “ศึกแดงเดือด” ที่เป็นวัตถุประสงค์หลักในการเดินทางมาทริปนี้</p><p>	<strong>แมนเชสเตอร์</strong> เมืองแมนเชสเตอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรม<br>แห่งแรกของโลก มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมของประเทศอังกฤษ รวมถึงเป็น<br>ศูนย์กลางด้านศิลปะวัฒนธรรมอังกฤษด้วย</p><p>	ด้านกีฬาฟุตบอล แมนเชสเตอร์มีสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่อย่างน้อย 2 สโมสร ได้แก่ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเรือใบสีฟ้า โดยมีสนามเอทติฮัทสเตเดี้ยม (ชื่อปัจจุบัน) เป็นสนามเหย้า อีกสโมสรคือสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปีศาจสีแดงยืนถือหอก เรียกเป็นชื่อเล่นของทีมว่า “ทีมผีแดง” โดยมีสนามโอลด์แทรบฟอร์ดเป็นสนามเหย้า</p><p>	<strong>โอลด์แทรฟฟอร์ด</strong> เป็นสนามของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีชื่อว่าเป็น “โรงละครแห่งความฝัน” หรือ Theatre of Dream ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และพัฒนาปรับปรุงมาตลอด ปัจจุบันสนามโอลด์แทรฟฟอร์ดมีความจุของสนามได้ 76,000 คนขึ้นไป จึงเป็นสนามฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่เป็นลาดับที่ 3 ของอังกฤษ โดยอันดับหนึ่งคือสนามเวมบลี้ย์ (ใหม่) ของมหานครลอนดอน</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700093-1.jpg" width="1108" height="1478" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700095-1.jpg" width="4347" height="963" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700091-1.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700094-1.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>	คณะของเราได้เข้าทัวร์ชมสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด (Stadium Tours) โดยสนามจัดให้มีผู้บรรยายพาขึ้นชมอัฒจันทร์ผู้ชมที่ตั้งชื่อตามผู้ที่สร้างชื่อเสียงเกียรติคุณให้แก่สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เช่น Sir Alex Ferguson Stand, Sir Bobby Charlton Stand เป็นต้น พาชม Museum ที่มีถ้วยและโล่ห์รางวัลรวมทั้งของที่ระลึกต่าง ๆ ประวัติสโมสรและประวัติของนักเตะสาคัญชมเพรสเซนเตอร์ที่ให้สัมภาษณ์สื่อ พาชมห้องแต่งตัวของนักฟุตบอลมีเสื้อของนักเตะปัจจุบันแขวนอยู่เรียงกันไป เช่น De Gea, Rashford, James, Wan Bissaka, Young, Maguire, Mctominay ฯลฯ พวกเราชอบนักเตะคนไหนก็จะเข้าไปถ่ายภาพคู่กับเสื้อของนักเตะคนนั้น ปิดท้ายการทัวร์ด้วยการเข้าไปช้อปของที่ระลึกใน Mega Store ของสนาม</p><p>	<strong>ศึกแดงเดือด</strong> ทีมฟุตบอลในลีกสูงสุดของอังกฤษคือพรีเมียร์ลีกมีทั้งหมด 20 ทีม ทุกทีมจะต้องเตะกับอีก 19 ทีม ทีมละ 2 ครั้ง ครั้งแรกจะเตะที่สนามของตนเองที่เรียกว่าเป็นทีมเหย้า ครั้งที่สองจะเตะที่สนามของอีกฝ่ายที่เรียกว่าเป็นทีมเยือน สาหรับทีมที่อยู่ในเมืองเดียวกัน เช่นลอนดอนจะมีทีมอาร์เซนอล เซลซี ทอตแนมฮอตสเปอร์ และเวสท์แฮมยูไนเต็ด เวลาที่ทีมเหล่านี้เตะเองจะเรียกว่าเป็น “ลอนดอนคาร์บี้แมทช์” หรือเมืองแมนเชสเตอร์ ที่มีทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ เมื่อทั้งสองทีมมาเตะกันเอง จะเรียกว่าเป็น “แมนเชสเตอร์ดาร์บี้แมทช์” </p><p>	แต่สำหรับ “ศึกแดงเดือด” หรือ The Red War นั้น จะต้องเป็นนัดที่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด “ผีแดง” เตะกับทีมลิเวอร์พูล “หงส์แดง” เท่านั้น ซึ่งในแต่ละฤดูกาลจะมีเพียง 2 ครั้ง คือ นัดที่เตะกับที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด 1 ครั้ง และนัดที่เตะกันที่สนามแอนฟิลด์อีก 1 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ ทั้งสองทีมอาจมีโอกาสได้เตะกันในศึกบอลถ้วยต่าง ๆ เช่น เอฟเอคัพ คาราบาวคัพ (ลึกคัพ) เป็นต้น ซึ่งแล้วแต่ว่าจะจับสลากได้เข้ามาเตะกันหรือไม่ ไม่เป็นที่แน่นอนดังเช่นในพรีเมียร์ลี</p><p>	เหตุที่ทำให้ “ศึกแดงเดือด” เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รอคอยของแฟนฟุตบอลทั้งสองทีมทั้งในอังกฤษและทั่วโลก ก็เพราะทั้งแมนเชสเตอร์ยูไตเต็ดและลิเวอร์พูลต่างก็เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จครองแชมป์ฟุตบอลในลีกสูงสุดของอังกฤษมากครั้งใกล้เคียงกันครองแชมป์บอลถ้วยทั้งเอฟเอคัพและคาราบาวคัพ (ลีกคัพ) มาทีมละหลายครั้ง รวมถึงถ้วยสูงสุดของยุโรปคือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ที่ทั้งผีแดงและหงส์แดงต่างเคยได้มาไว้ในครอบครองทีมละหลายครั้งมากกว่าทีมอื่นของอังกฤษด้วยกัน ด้านแฟนฟุตบอลของทั้งสองทีมต่างเรียกว่าจงรักภักดีทีมของตนอย่างมาก เวลาทั้งสองทีมพบกัน แฟนฟุตบอลจะเชียร์กันอย่างเข้มข้นคึกคักหนักแน่นคล้ายกับจะข่มขวัญทีมบอลและแฟนบอลของฝ่ายตรงกันข้าม</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700097.jpg" width="2362" height="1774" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700099-1.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700101-1.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>	เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 คณะของเราได้เข้าชม “ศึกแดงเดือด” ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยจะเริ่มเตะกันเวลาประมาณ 16.30 น. ก่อนหน้า เราได้รับคาแนะนำว่าให้ไปถึงสนามก่อนเวลาคิกออฟอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะใกล้ ๆ เวลาเตะคนจะแน่นมาก เราจึงรีบเข้าสนามเพื่อหาที่นั่งตามหมายเลขของบัตร ซึ่งกระจายกันออกไป เนื่องจากผู้จัดทัวร์ต้องไปหาบัตรเข้าชมมาจากหลายแหล่ง กลุ่มของผู้เขียน 5 คน ได้ที่นั่งในบล็อกแรกจากสนาม จึงเห็นการแข่งขันชัดมากโดยที่นั่งค่อนมาทางซ้ายของอัฒจันทร์ใกล้กับอุโมงค์ทางเดินเข้าออก จึงเห็นนักบอลทีมงานรวมทั้งผู้จัดการทีมทั้งสองได้อย่างชัดเจนมาก เมื่อใกล้เวลาเตะเข่งแข่งขันแฟนบอลและผู้ชมเข้ามาในสนามเต็มความจุ 76,000 คน โดยอัฒจันทร์ด้านหลังประตูของทั้งสองฝั่งสนามได้จัดไว้ให้สาหรับกองเชียร์ของทั้งสองทีม บรรยากาศในสนามจึงคึกคักมาก เสียงเพลงเชียร์กระหึ่มอยู่ตลอดเวลา การแข่งขันก็สนุกสนานมาก ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดโดย Rashford ยิงนำไปก่อน 1 – 0 แต่ตอนท้ายเกมส์ในครึ่งหลังทีมลิเวอร์พูลโดย Lallana ยิงตีเสมอให้ทีมได้ผลการแข่งจึงเสมอกันไป 1 – 1</p><p>	ผู้เขียนกับเพื่อนต่างสมหวังในบรรยากาศและประสบการณ์ในการเข้าชม “ศึกแดงเดือด” ครั้งนี้เป็นอย่างมากตามที่ได้ตั้งใจไว้</p><p>	<strong>ยอร์ค</strong> วันสุดท้าย คณะเราจะต้องขึ้นเครื่องบินกลับในตอนค่า ดังนั้น ในช่วงเช้าถึงกลางวันเราจึงเดินทางไปเยี่ยมชมเมืองยอร์คกัน </p><p>	York เป็นเมืองสาคัญมาตั้งแต่สมัยโรมันเข้ามามีอิทธิพลในเกาะอังกฤษเป็นเมืองขนาดใหญ่กว่าเมืองเชสเตอร์ มีกาแพงเมืองล้อมรอบแข็งแรง ผู้เขียนเคยดูจากซีรี่ย์ของ HBO เรื่อง Vikings ซึ่งเล่าเรื่องพวก Vikings จากแถบสแกนดิเนเวียลงเรือไว้กิ้งไปโจมตีปล้นสดมภ์เมืองต่าง ๆ โดยไวกิ้งได้ยกพวกมาโจมตีและยึดเมืองยอร์คนี้ได้</p><p>	ปัจจุบันยอร์คเป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาของอังกฤษบริเวณกลางเมืองเป็นที่ตั้งของมหาวิหารยอร์ค หรือ York Minster ที่เป็นวิหารแบบโกธิคที่ใหญ่เป็นที่สองรองลงมาจากมหาวิหารโคโลญจ์ในเยอรมนี โดยมหาวิหารยอร์คนี้มีหน้าต่างกระจกสีที่เรียกว่า Great east window ที่เป็นหน้าต่างกระจกสีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก</p><p>	บริเวณรอบวิหาร เป็นอาคารร้านค้าแบบทิวดอร์โบราณ บางอาคารมีลักษณะแปลก เช่น อาคารจะมีลักษณะคล้ายจะล้มหรือเอียงไปเอียงมาเคยใช้เป็นฉากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแฮรี่พอตเตอร์ด้วย</p><p>	<strong>กลับบ้าน</strong> คณะทัวร์เราใช้สายการบินของประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งมีตารางบินขึ้นลงในสนามบินที่ลอนดอนและสนามบินเมืองแมนเชสเตอร์ วันที่เราเดินทางกลับจึงขึ้นเครื่องที่สนามบินเมืองแมนเชสเตอร์ได้โดยไม่ต้องย้อนกลับมาขึ้นเครื่องที่ลอนดอนครับ</p><h3 id="-5-4-">	ทริปดูบอล “ศึกแดงเดือด” เที่ยว 5 วัน ค้าง 4 คืน ในอังกฤษเสร็จไปอย่างสนุกสนานสมหวังที่ตั้งใจมากันแล้วครับ ทริปหน้าไปเที่ยวแบบแปลกกันอีกนะครับ</h3><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700108.jpg" width="2362" height="1772" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700107.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/S__22700105.jpg" width="1772" height="2362" alt="เที่ยวแบบแปลก : (1) ไปชมศึกแดงเดือด"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery-->]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019]]></title><description><![CDATA[เริ่ม Blog ใหม่ด้วยของเล่นใหม่กล้อง VR InstaOne X ซึ่งซื้อมานานแล้วหล่ะ แต่ถ่ายไว้ดูเอง พอดีคิดไปคิดมา ทำไมเราไม่มาทำ Blog ท่องเที่ยวที่สามารถให้คนอ่านเข้าไปดูได้ด้วยละ เลยเป็นที่มาของ VR Tour Blog นี้ 
เริ่มต้น VR Tour ทริปแรก เป็นทริป Okinawa ระหว่างวันที่ 20 - 23 ธันวาคม 2562 ]]></description><link>http://blog.iyawat.com/vr-tour-day-1-okinawa-20-23-dec-2019/</link><guid isPermaLink="false">5e0486dac8794a075e315386</guid><category><![CDATA[Travel]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Thu, 26 Dec 2019 10:10:04 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_0163--1-.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-full"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/12/IMG_0163--1-.jpg" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><!--kg-card-begin: html--><iframe class="embed_iframe" src="https://s.insta360.com/p/159716db22b4f32c117e1fb45ba3caee?e=true&locale=en-us" frameborder="0" style="width:100%; height: auto; min-height: 400px;"></iframe><!--kg-card-end: html--><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_0163--1-.jpg" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"><p></p><p>เริ่ม Blog ใหม่ด้วยของเล่นใหม่กล้อง VR InstaOne X ซึ่งซื้อมานานแล้วหล่ะ แต่ถ่ายไว้ดูเอง พอดีคิดไปคิดมา ทำไมเราไม่มาทำ Blog ท่องเที่ยวที่สามารถให้คนอ่านเข้าไปดูได้ด้วยละ เลยเป็นที่มาของ VR Tour Blog นี้ </p><p>เริ่มต้น VR Tour ทริปแรก เป็นทริป Okinawa ระหว่างวันที่ 20 - 23 ธันวาคม 2562 โดยตามโปรแกรมทัวร์ เราจะไปตามสถานที่ต่างๆ ดังนี้</p><blockquote><strong>Day 1:</strong> ขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ, นาฮะ, ปราสาทชูริ, Outlet และถนนคนเดิน Kokusai Dori</blockquote><blockquote><strong>Day 2:</strong> ซากปราสาท Nakagusuku, American Village, Manzamo Cape, โรงแรม Orion Motobu Resort &amp; Spa</blockquote><blockquote><strong>Day 3:</strong> Okinawa Churaumi Aquarium</blockquote><blockquote><strong>Day 4:</strong> เก็บตกในเมืองนาฮะ</blockquote><p>เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยเที่ยวบินตรงสู่นาฮะโดย Peach Airline ซึ่งเป็น Low cost Airline ของ ANA เที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินตรงสู่เกาะ Okinawa 4 ชม.ครึ่ง รวดไม่ต้องแวะไปไหนเลย เวลาก็ช่างเหมาะเจาะ ออกดึกถึงเช้า เที่ยวต่อได้เลย ขากลับก็กลับดึกถึงมืดๆ ได้เที่ยววันสุดท้ายทั้งวันอีกวันเลย</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/image.png" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ก่อนบินก็แอบลุ้นเล็กน้อยเนื่องจากชื่อเสียงของ Peach Air ที่ไม่ค่อยต่างกับ Nok Scoot แต่ต้องบอกเลยว่าบริการดีประทับใจและตรงเวลา</p><p>ก่อนบินเราได้สิทธิ์พิเศษจากบัตร K Journey สามารถเข้า Lounge ของ Miracle ได้ โดยมีโปรของปี 2019 สามารถใช้ได้ถึง 3 ครั้งแน่ะ อาหารการกินอลังการมาก มีทั้งของหนัก ของเบา ของหวาน และเครื่องดื่มไม่อั้น บอกเลยคุ้มมาก</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_8092.jpg" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><p>หลังจากกินอิ่มนอนหลับแล้ว Peach Air ก็พาเรามาถึง Naha Airport ตามเวลา เนื่องจากทริปนี้เราจะไปขึ้นเหนือล่องใต้ทั้งเกาะกัน เราเลยไปเอารถเช่าที่จองไว้เพื่อขับรอบเกาะกัน</p><p>การขับรถที่ญี่ปุ่นไม่ยากอะไรเลย ขับพวงมาลัยขวาเหมือนที่บ้านเรา โดยสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีคือ <strong>ใบขับขี่สากล</strong> ซึ่งสามารถไปทำได้ที่กรมขนส่ง เสีย 500 บาทมีอายุใช้งานได้ 1 ปี</p><p>เราได้ทำการจองรถไว้กับ Times Car Rental เมื่อออกมาจาก Terminal จะมีเจ้าหน้าที่ของทาง Times Car มารอรับที่ด้านหน้าเลย เขาจะให้เรานั่ง Shuttle Bus ต่อไปยังสำนักงานของเขาเพื่อไปทำการรับรถอีกที</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/image-1.png" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_3768-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_7197-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>โดยรถที่เราจองไว้เป็นแบบ Mini Wan (W4 Class) ซึ่งมี Promotion อยู่พอดี รวม 4 วันประมาณ 43,000 Yen ทาง Times Rental ได้จัด Nissan Serana สีน้ำเงินคันนี้มาให้เรา บอกเลยว่านั่งสบายมาก เราไปกันทั้งหมด 4 คนและเด็ก 1 คน นั่งกันได้แบบสบายๆ ด้านหลังพับเบาะ และใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ 4 ใบได้แบบเหลือๆ </p><blockquote>ที่สำคัญประหยัดน้ำมันมาก ขับ 4 วันไป 700 โลได้มั้ง เติมน้ำมันไปครั้งเดียวก่อนคืน</blockquote><p>เวลาจองรถแนะนำให้เอาแบบมี GPS นะครับ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการขับรถมาก เผื่อเราไม่มีสัญญาณมือถือเปิด Google Map ไม่ได้ หลังจากรับรถอย่าลืมให้เขา Setup GPS ประจำรถให้เป็นภาษาอังกฤษ (หรือไทยก็มีนะ) จะมาปรับเองทีหลังมันจะลำบากเพราะเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย</p><p>GPS ที่นี่ดียังไง เราสามารถใส่ Mapcode หรือเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่ที่เราจะไปได้เลย GPS จะคำนวณและแสดงเส้นทางที่จะไปให้เราเอง และที่สำคัญแม่นยำมาก</p><h2 id="-">เริ่มต้นเดินทางวันแรก</h2><p>เริ่มต้นวันแรกด้วยฝนตกชุ่มช่ำหัวใจมาก ตกได้ตกดีตกทั้งวัน ตอนแรกเราจะแวะไปชมปราสาทชูริก่อน เราเลยต้องเปลี่ยนแผนไป Shopping กันก่อนเลย เริ่มต้นด้วยของหนักเลยที่ Okinawa Outlet Mall Ashibina</p><p>แต่ก่อนอื่นเราแวะไปเกาะ Senega กันก่อน [Map Code: 33 002 602*06] ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเลย จะเห็นเครื่องบินขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา</p><p>จุดหมายของเราคือไปแอบโยนเหรียญกันที่ Child Treasure Rock โดยที่หินนี้มีอยู่สองรูด้วยกัน เขาบอกว่าถ้าอยากได้ลูกชายให้โยนเข้าด้านบน ถ้าอยากได้ลูกสาวให้โยนเข้ารูด้านล่าง </p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide kg-card-hascaption"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_0503-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_3483-1.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_1414-2.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_2626-2.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div></div><figcaption>Senega Island</figcaption></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>หลังจากนั้นเราก็ได้เวลาไปต่อกันที่ Outlet จุดหมาย Shopping ของเรา</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/image-3.png" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"><figcaption><a href="http://okinawatravelinfo.com/feature/201502ashibinaa/">http://okinawatravelinfo.com/feature/201502ashibinaa/</a></figcaption></figure><!--kg-card-end: image--><p></p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/image-2.png" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><p>Outlet ที่นี่มี Brand ดังหลายยี่ห้อ เช่น Gucci, Armani, Coach, Chloe, Marc Jacobs, Polo Ralph Lauren, .. และอีกหลากหลายแบรนด์ให้เลือก เราใช้เวลา Shopping ที่นี่ประมาณ 2-3 ชม.​ ก็ออกไปยังที่ต่อไป คือ ปราสาทชูริ</p><p>ระหว่างทางก็แวะกินข้าวกันก่อน โดยมื้อแรกของเราที่โอกินาว่าคือ ราเมงข้อสอบ หรือ Ichiran Ramen นั่นเอง ราเมงข้อสอบมีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น ถ้าที่ไทยจะมีของทำคล้ายกันคือ A-Ramen กินแก้ขัดได้นะครับ</p><p>ก่อนอื่นเราจะต้องกดสั่งอาหารที่หน้าร้านแล้วเขาค่อยพาเราเข้าไปนั่งในร้าน โดยการจัดร้านที่นี่จะเป็นจัดเป็นคอกของใครของมัน เมื่อไปนั่งเขาจะมีกระดาษให้เราเลือกประเภทเส้น น้ำซุป ใส่ต้นหอมมั๊ย ระดับความเผ็ด เมื่อทำข้อสอบเสร็จก็กดปุ่มเรียกพนักงาน จะมีพนักงานมารับออเดอร์แล้วก็ปิดม่านลง</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_7515.jpg" width="3024" height="4032" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_5124.jpg" width="3024" height="4032" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>หลังจากอิ่มกันแล้วเราก็ยังไม่ลดละเลิกที่จะไปปราสาทชูริให้ได้ แต่ฝนฟ้าก็ยังไม่เป็นใจตกเอาๆ เลยทำได้แค่เพียงขับรถวนรอบปราสาทและกลับไปที่พักวันแรกของเราที่ โรงแรม <a href="https://www.booking.com/hotel/jp/urbansea-2-matsuo.th.html?label=gen173nr-1DCAEoggI46AdIM1gEaN0BiAEBmAEmuAEHyAEM2AED6AEBiAIBqAIDuAKR1anvBcACAQ;sid=f241f49aa0a9adc881a4b40844e2618f"><strong>Urbansea 2 Matsuo</strong></a><strong> </strong>ซึ่งอยู่บนถนนสาย Shopping Kokusai Dori ที่หมายในคืนนี้ของเราเลย ฝั่งตรงข้ามก็เป็นตลาดสดขึ้นชื่อของที่นี่ คือ First Makishi Public Market ที่มีขายทั้งของสดและของกินอยู่บนชั้นสอง</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/image-4.png" class="kg-image" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ถนนสาย Shopping Kokusai Dori จะมีร้านรวงตั้งเรียงรายอยู่ตลอดสาย ร้านยอดนิยมก็ เช่น </p><ul><li>Okashigoten Matsuo Store ร้านขนมของฝากของโอกินาว่า </li><li>ห้างสรรพสินค้า Ryubo</li><li>Ma-suya Heiwadori ร้านขางของที่ทำจากเกลือ</li><li>Heiwa Dori ซอยที่มีร้านขายของและร้านของกินอยู่เพียบ</li></ul><p>มื้อค่ำของเราไปจบที่ ร้านเล็กๆ บนถนนโคคุโซ เห็นมีเมนู โอกินาว่า ราเมง เป็นราเมงซุปกระดูกหมูซึ่งเป็นของท้องถิ่นที่นี่เลยต้องลองซะหน่อย</p><!--kg-card-begin: gallery--><figure class="kg-card kg-gallery-card kg-width-wide"><div class="kg-gallery-container"><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_5700.jpg" width="4032" height="3024" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_7132.jpg" width="3024" height="4032" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div><div class="kg-gallery-row"><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_5678.jpg" width="3024" height="4032" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div><div class="kg-gallery-image"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2020/01/IMG_5466.jpg" width="3024" height="4032" alt="(VR Tour-Day 1) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019"></div></div></div></figure><!--kg-card-end: gallery--><p>(VR Tour-Day 2) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019</p><p>(VR Tour-Day 3) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019</p><p>(VR Tour-Day 4) Okinawa, 20 - 23 Dec 2019</p><p></p><p></p><p></p><p></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack]]></title><description><![CDATA[<p>Facebook Page <a href="https://www.facebook.com/pm2.5daily" rel="noopener nofollow">PM2.5 Daily</a></p><p>จากปัญหาเรื่องฝุ่นควันที่เป็นปัญหาในประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากปัญหาเรื่องการป้องกันฝุ่นที่ทำให้หน้ากาก N95 กลายเป็นของหายาก เครื่องฟอกอากาศหมดตลาด เครื่องวัดฝุ่นที่จะช่วยบอกปริมาณฝุ่น PM2.5 ก็กลายเป็นของหายากไปด้วย ว่าแล้วก็เลยมาทำเองดี</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/maathamekhruue-ngwadfun-pm2-5-ngaay-dwy-m5stack/</link><guid isPermaLink="false">5cfc78a9f5c06768a48498ff</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Sun, 09 Jun 2019 03:11:40 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1_xIRyWlwdw_HuEZxLpcVz5g.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1_xIRyWlwdw_HuEZxLpcVz5g.png" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"><p>Facebook Page <a href="https://www.facebook.com/pm2.5daily" rel="noopener nofollow">PM2.5 Daily</a></p><p>จากปัญหาเรื่องฝุ่นควันที่เป็นปัญหาในประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากปัญหาเรื่องการป้องกันฝุ่นที่ทำให้หน้ากาก N95 กลายเป็นของหายาก เครื่องฟอกอากาศหมดตลาด เครื่องวัดฝุ่นที่จะช่วยบอกปริมาณฝุ่น PM2.5 ก็กลายเป็นของหายากไปด้วย ว่าแล้วก็เลยมาทำเองดีกว่า</p><!--kg-card-begin: hr--><hr><!--kg-card-end: hr--><blockquote><em><em>อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ง่ายๆ แค่สองอย่าง</em></em></blockquote><blockquote><em><em>1. M5Stack</em></em></blockquote><blockquote><em><em>2. PM2.5 Sensor</em></em></blockquote><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-full kg-card-hascaption"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/2600/0*Xuz9vTDtV1YinDTE.jpg" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"><figcaption>source: <a href="https://m5stack.com/" data-href="https://m5stack.com/" class="markup--anchor markup--figure-anchor" rel="nofollow noopener" target="_blank" style="background-color: transparent; color: inherit; text-decoration: none; -webkit-tap-highlight-color: rgba(0, 0, 0, 0.54); background-repeat: repeat-x; background-image: url(&quot;data:image/svg+xml;utf8,<svg preserveAspectRatio=\&quot;none\&quot; viewBox=\&quot;0 0 1 1\&quot; xmlns=\&quot;http://www.w3.org/2000/svg\&quot;><line x1=\&quot;0\&quot; y1=\&quot;0\&quot; x2=\&quot;1\&quot; y2=\&quot;1\&quot; stroke=\&quot;currentColor\&quot; /></svg>&quot;); background-size: 1px 1px; background-position: 0px calc(1em + 1px);">https://m5stack.com/</a></figcaption></figure><!--kg-card-end: image--><h3 id="m5stack-">M5Stack คืออะไร ?</h3><p>M5Stack ย่อมาจาก Modular 5cm Stackable คือ ชุดอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโปรแกรม IoT (Internet of Things) แทนที่จะต้องมาต่อสายเชื่อม Module Display, ปุ่ม Control, WiFi, BLE หรือ Connectors อื่นๆ เข้ากับบอร์ด Arduino หรือ ESP8266 ทางผู้ผลิตรวมมันเข้ามาไว้ในตัวเดียวกัน ทำให้เราเพียงแค่เขียนโปรแกรมลงไป และต่อสายเข้ากับอุปกรณ์ ก็สามารถใช้งานได้เลย</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/0*DYzKLLf1es8BasJo.jpg" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><p>M5Stack มีขนาดเพียง 5 x 5 cm. (ตามชื่อเลย Modular 5cm)</p><p>ประกอบไปด้วยบอร์ดหลัก M5Stack Core ใช้ Chipset ESP32, หน้าจอ LCD 2 นิ้ว, Speaker, ปุ่มกด 3 ปุ่ม, Battery, WiFi/ BLE เชื่อมต่อด้วย Port USB-C, Grove (I2C) และ M5Stack Bottom ที่เป็นบอร์ดเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกผ่าน Port แบบต่างๆ (I2C, SPI, GPIO)</p><p>ส่วน PM2.5 Sensor เราใช้ของ Sensirion SPS30 ที่เป็น Laser Sensor ที่มีความแม่นยำสูงแถมยังเคลมว่าใช้งานได้ต่อเนื่อง 8 ปีแบบไม่ต้องทำความสะอาดด้วย</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-full"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/2600/0*eFhTOLp44p8sJipd.jpg" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><h3 id="-">ของพร้อมเราก็เริ่มทำกันเลยดีกว่า</h3><ol><li>เริ่มต้นโหลดโปรแกรมสำหรับการพัฒนา Arduino IDE <a href="https://www.arduino.cc/en/main/software" rel="nofollow noopener">ที่นี่</a></li><li>โหลดและติดตั้ง USB to UART driver เพื่อให้โปรแกรมเห็น Port เชื่อมต่อของ M5Stack <a href="https://www.silabs.com/products/development-tools/software/usb-to-uart-bridge-vcp-drivers" rel="nofollow noopener">ที่นี่</a></li><li>เปิดโปรแกรมขึ้นมาหน้าตาประมาณนี้ เราก็ Install Board M5Stack กันก่อน</li></ol><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/1*WbobU-iBrzxdGBJTwSQ8AA.png" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ไปที่ Arduino &gt; Preferences &gt; Setting ใส่ link ด้านล่างที่ “Additional Boards Manager URLs: <a href="https://dl.espressif.com/dl/package_esp32_index.json,https://raw.githubusercontent.com/m5stack/m5stack-board-support/master/package_m5stack_index.json,http://arduino.esp8266.com/stable/package_esp8266com_index.json" rel="nofollow noopener nofollow noopener"><em>https://dl.espressif.com/dl/package_esp32_index.json,https://raw.githubusercontent.com/m5stack/m5stack-board-support/master/package_m5stack_index.json,http://arduino.esp8266.com/stable/package_esp8266com_index.jso</em></a></p><p>จากนั้นไปที่ Tools &gt; Board: … &gt; Board Manager หา M5Stack .. แล้วกด Install</p><p>4. หลังจากนั้นก็ไปโหลด Library ที่ต้องใช้กัน ไปที่ Sketch &gt; Include Library &gt; Manage Libraries .. หาคำว่า M5Stack แล้วก็ Install</p><p>5. ทำการต่อสาย USB-C เชื่อมคอมพิวเตอร์กับ M5Stack แล้วไปที่</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/0*0CZkKSNWgv397g7o.png" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><ul><li>Tools &gt; Boards &gt; M5Stack-Core-ESP32 เพื่อเลือก Board</li><li>Tools &gt; Ports &gt;/dev/cu.SLAB_USBtoUART เพื่อเลือก Port เชื่อมต่อ</li></ul><p>6. ต่อสาย PM2.5 Sensor เข้ากับ M5Stack Bottom ในที่นี่ผมใช้ Port I2C ในการเชื่อมต่อเลยต่อสายตามรูป</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*y18ezHq37lxMPLBQFBq4qw.png" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><p>7. Download Code จาก <a href="https://github.com/iyawat/PM2.5_with_AQI_meter" rel="nofollow noopener">ที่นี่</a> และทำการ Upload เข้า M5Sstack</p><ul><li>Library สำหรับ PM2.5 Sensor ของ Sensirion ผมใช้ของ <a href="https://github.com/gravitech-engineer/Sensirion_sps30" rel="nofollow noopener">Gravitech</a> (เอาไฟล์ไปไว้ที่ Arduino Libraries ก่อนนะครับ)</li></ul><h3 id="--1">รายละเอียดหน้าจอแสดงผล</h3><p>จาก Facebook Page <a href="https://www.facebook.com/pm2.5daily" rel="nofollow noopener">PM2.5 Daily</a> ที่ผมทำกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่องของฝุ่น PM2.5 มีคำถามเกี่ยวกับการเทียบค่า PM2.5 กับค่า AQI ว่าฝุ่นมากแค่ไหนถึงจะเป็นอันตราย เราเลยเอา<a href="https://www.facebook.com/pm2.5daily/posts/315743902389190" rel="nofollow noopener">ตารางแสดงผลเปรียบเทียบค่า AQI ของแต่ละประเทศ</a> มาทำเป็นหน้าจอ ให้เห็นชัดๆ ไปเลย จะได้เทียบค่าได้ง่ายหน่อย โดยค่า AQI &lt; 100 ที่เป็นระดับปกติจะอยู่ใน Zone สีเหลือง</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*cUsD_0CgaZfTBq5Pd0Ncgw.png" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><blockquote><em><em><strong><strong>เพียงเท่านี้เราก็จะได้เครื่องวัดค่าฝุ่นแบบง่ายๆ ไว้ใช้ ลองดูนะครับ</strong></strong></em></em></blockquote><blockquote><em><em>#Note1: Sensirion เป็น Sensor ค่าตัวอย่างแพง แต่ก็วัดค่าได้รวดเร็วมาก ตบแป้งฝุ่นใส่นิดเดียว ค่าขึ้นเอาๆ เลย เราสามารถเปลี่ยนเอา Sensor พิมพ์นิยม ราคาย่อมเยาอย่าง PMS5003, PMS7003 มาใส่แล้วแก้ไขการอ่านค่าแทนได้นะครับ</em></em></blockquote><blockquote><em><em>#Note2: จากการทดสอบอ่านค่า Sensirion ได้ค่าไม่ตรงกับเครื่องวัดที่คนนิยมใช้อย่าง Mi PM2.5 Detector หรือ SNDWay ที่ใช้ Sensor PMS7003 (อ้างอิงจาก<a href="https://maxmacstn.wordpress.com/2019/01/31/pm-25-detector-teardown/" rel="nofollow noopener">ที่นี่</a>) เลยต้องมีการปรับแก้เล็กน้อย</em></em></blockquote><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-full"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/2600/1*xIRyWlwdw_HuEZxLpcVz5g.png" class="kg-image" alt="มาทำเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ง่ายๆ ด้วย M5Stack"></figure><!--kg-card-end: image--><h3 id="-note-sensor-sensirion-sps30-powerplant-pms5003-pms7003">(NOTE) ค่า Sensor ของ Sensirion SPS30 เทียบกับ PowerPlant PMS5003, PMS7003</h3><p>ในตอนแรกเลยถ้าเราใช้ค่า PM2.5 ที่ได้มาจาก Sensor ของ Sensirion เลยจะได้ค่าที่ไม่เท่ากับ ที่ได้จาก Mi PM2.5 Detector เลยไปลองหาข้อมูลมาว่าทำไม ได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงที่สุด <a href="https://community.particle.io/t/dust-sensor-pms-5003-6003-7003/24221/95" rel="nofollow noopener">จากบอร์ดของคนทำ Dust Sensor </a>คือ มันใช้คนละค่ากัน</p><p>PMS5003, 7003 จะให้ค่า 2 แบบคือ</p><p>(1) CF1 , Standard Particle</p><p>(2) SAT, Standard under atmospheric environment</p><p>ซึ่ง Sensirion น่าจะอ่านค่าเป็น SAT เราก็งงว่ามันคืออะไรกันบ้าง?​ ได้ความใกล้เคียงสุดก็ตาม <a href="https://aqicn.org/sensor/pms5003-7003/" rel="nofollow noopener">link นี้</a> พร้อมสูตรคำนวณ แต่พอมาลองของจริงก็ยังได้ค่าไม่ใกล้เคียงเท่าไร เลยต้องปรับสูตรคำนวณตามที่ทดลองเทียบกับ Mi PM2.5 เอง ถ้าใครรู้ก็รบกวนไขความกระจ่างให้ด้วยนะครับ</p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)]]></title><description><![CDATA[<p>หลังจากไม่ได้เขียนบล็อกมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ มาวันนี้ตัองเตรียมตัวพรีเซ้นท์งานเรื่อง Blockchain ให้เข้าใจง่ายๆ เลยถือโอกาสเขียนอธิบายง่ายๆในนี้แทน ไม่แน่ใจว่าจะงงกว่าเดิมหรือเปล่า จะพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุดนะครับ</p><p>ทุกวันนี้คำว่</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/blockchain-101-ekhaaaicch-blockchain-aebbngaay-mang/</link><guid isPermaLink="false">5cfc7645f5c06768a48498cc</guid><category><![CDATA[Blockchain]]></category><category><![CDATA[Programming]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Sun, 09 Jun 2019 03:06:34 GMT</pubDate><media:content url="https://images.unsplash.com/photo-1519995451813-39e29e054914?ixlib=rb-1.2.1&amp;q=80&amp;fm=jpg&amp;crop=entropy&amp;cs=tinysrgb&amp;w=1080&amp;fit=max&amp;ixid=eyJhcHBfaWQiOjExNzczfQ" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://images.unsplash.com/photo-1519995451813-39e29e054914?ixlib=rb-1.2.1&q=80&fm=jpg&crop=entropy&cs=tinysrgb&w=1080&fit=max&ixid=eyJhcHBfaWQiOjExNzczfQ" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"><p>หลังจากไม่ได้เขียนบล็อกมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ มาวันนี้ตัองเตรียมตัวพรีเซ้นท์งานเรื่อง Blockchain ให้เข้าใจง่ายๆ เลยถือโอกาสเขียนอธิบายง่ายๆในนี้แทน ไม่แน่ใจว่าจะงงกว่าเดิมหรือเปล่า จะพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุดนะครับ</p><p>ทุกวันนี้คำว่า “Blockchain” เป็นคำที่ยอดฮิตมากในปี 2016 นี้ แม้แต่ Gartner ยังยกให้เป็น 1 ใน 10 เทคโนโลยีมาแรงในปีหน้า (2017) เคียงคู่กับ AI, IoT, Drone, etc.</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1__tGY8loiSjcXj5yEA-UaDA.jpeg" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p><a href="http://www.gartner.com/smarterwithgartner/gartners-top-10-technology-trends-2017/">http://www.gartner.com/smarterwithgartner/gartners-top-10-technology-trends-2017/</a></p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1_OPnZfVBzvS6alzz-L2cKBA.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ที่นี้ก็มีปัญหาอยู่ว่าทุกคนได้ยิน Blockchain ทุกคนอยากทำ Blockchain ทุกคนอยากดูกิ๊บเก๋ด้วยคำว่า Blockchain แต่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร จะทำอย่างไรให้อธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายๆ</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1_YNooPicr-QKGAscSkPBn9g.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ก่อนอื่นต้องเริ่มต้นย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 เมื่อครั้งที่เกิดวิกฤต Subprime ที่อเมริกา ค่าเงิน USD ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ แถมอยู่ดีๆพี่กันแกบอกว่าจะทำ QE ปั๊มเงินเข้าระบบโดยไม่ต้องมีทองมารับประกัน ทำกันง่ายๆเลยได้ด้วย อ้าว.. เฮ้ย.. ไม่เหมือนที่คุยไว้นี่</p><p>คนเลยเริ่มไม่มั่นใจในระบบการเงินที่มีรัฐบาลกลางเป็นคนรับรองค่าเงิน (Fiat Currency) จึงมีกระทานายคนหนึ่งชื่อ Satoshi Nakamoto ซึ่งเป็นนามสมมุติ จนบัดนี้ยังหาตัวไม่เจอว่าเป็นใคร ได้ตีพิมพ์เอกสาร ชื่อ <strong><strong>“Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System”</strong></strong></p><p><a href="https://drive.google.com/viewerng/viewer?url=https://bitcoin.org/bitcoin.pdf">https://drive.google.com/viewerng/viewer?url=https://bitcoin.org/bitcoin.pdf</a></p><p>ที่นี่คนก็เริ่มสนใจ มีการพัฒนาระบบการเงินแบบไม่ต้องมีคนกลาง (P2P, Peer-to-Peer) ขึ้นมาชื่อว่า Bitcoin และสร้างเหรียญ Bitcoin แรกขึ้นมา (Genesis coin) ขึ้นมาเมื่อปี 2009</p><p>หลังจากนั้นคนก็เริ่มให้ความสนใจและพัฒนา Platform ของตนเองขึ้นมาอย่างมากมาย ทั้งแบบใช้พื้นฐานบน Bitcoin หรือเป็นแบบเอกเทศตั้งตนขึ้นมาแข่งกับ Bitcoin</p><h3 id="-">ปูพื้นฐานก่อนนะ</h3><p>ก่อนที่จะเข้าเรื่องของ Bitcoins และ Blockchain ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Bitcoin เกิดขึ้นมาโดยใช้หลักการของระบบ Decentralized โดยจะกระจายการเก็บข้อมูลไว้ที่ทุกคน แทนที่จะไว้ที่ส่วนกลาง และมีการเข้ารหัส โดยจะใช้กระบวนการที่เรียกว่า HASH (SHA-256)</p><h3 id="centralized-decentralized-distributed-network-">CENTRALIZED/ DECENTRALIZED / DISTRIBUTED NETWORK คืออะไร ?</h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/1_pP1mCyCpy2ySqeoYUnI21w.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>จากความเดิมที่ทุกคนไม่ไว้ใจในระบบธนาคารกลางที่มีการรวมศูนย์ของข้อมูล ถ้าตรงกลางมีคนโกงขึ้นมาก็จบ ถ้าตรงกลางเกิดใช้งานไม่ได้ก็จบ</p><p>จึงมีความคิดว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ข้อมูลไปกระจุกไว้ที่คนๆ เดียว จึงมีแนวคิดที่ให้ข้อมูลไปเก็บไว้ที่ทุกคนซะเลย ทุกคนมีระบบจัดเก็บข้อมูลของตัวเอง ซึ่งเรียกว่า Node ไว้ทำการตรวจสอบข้อมูล ยืนยันข้อมูล</p><p>แต่ระบบข้อมูลแบบกระจายตัวก็มีปัญหาตามมาว่า เราจะเชื่อใจทุกคนที่อยู่ในระบบได้อย่างไร ? ถ้าเกิดมีใครปลอมแปลงข้อมูลขึ้นมาจะตรวจสอบได้อย่างไร ? แล้วจะตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร? จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยี Blockchain ที่นำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาเหล่านี้</p><h3 id="hash-"><strong>HASH คืออะไร?</strong></h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/1*6Z3qI-qOUxpAMTNaQLcZCA.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>คือ การเข้ารหัสทางเดียว โดยจะสร้าง Digital Signature ของข้อมูล Digital ที่ไม่สามารถถอดรหัสกลับมาได้ และใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลนั้นๆ โดยใช้หลักการของ Private key และ Public key</p><p>สมมุติว่าจะเข้ารหัสข้อความ <strong><strong><em>“I am </em></strong><em>IceZ</em><strong><em>”</em></strong></strong></p><p>ทำการเข้ารหัสด้วย Function Hash โดยใช้ Private Key ของผู้ส่ง ออกมาเป็น Digital Signature</p><ol><li>เมื่อได้ Digital Signature มาก็จะส่งให้กับผู้รับ พร้อมกับ Public Key</li><li>ผู้รับตรวจสอบ Digital Signature ที่ได้โดยใช้ Public Key ของผู้ส่งถ้าได้ค่า Hash ที่ตรงกันก็จบ .. Happy ending ตรวจสอบได้ว่าเป็นข้อความที่ถูกต้อง เชื่อถือได้</li></ol><p>โดยการใช้ Hash Function จะมีคุณสมบัติหลักๆ คือ</p><ol><li>ค่า Hash ของข้อความเดิมจะต้องเหมือนกันเสมอ ไม่ว่าจะ Hash กี่รอบ ข้อความ <strong><strong><em>“I am World Wide Wealth” </em></strong></strong>ก็ต้องได้ค่า Hash ที่เหมือนเดิมเสมอ</li><li><strong><strong>Collision-Free</strong></strong> : ค่า Hash ของข้อมูลที่ไม่เหมือนกันจะไม่มีทางเหมือนกัน เช่น ถ้าเข้ารหัสข้อความ <strong><strong><em>“I am World Wide Wealth” </em></strong></strong>กับ<strong><strong><em> “i am world wide wealth”</em></strong></strong>ก็จะไม่มีทางได้ค่าที่เหมือนกัน</li></ol><p>3. <strong><strong>Hiding</strong></strong> : ไม่สามารถนำค่า Hash ที่ได้มาเพื่อถอดรหัสกลับหาค่าข้อความเดิมได้</p><p>4. ค่า Hash จะมีความยาวเท่ากันเหมือนไม่ว่า ข้อความนั้นจะสั้นหรือยาว กล่าวคือถ้าเรา Hash ข้อความข้างต้น หรือใส่ไปทั้งไฟล์ ค่า Hash ที่ได้ก็จะมีความยาวเท่ากัน</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/0*UagpuQl5uAJ9qASf.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>และ Bitcoin ก็ได้นำเอาคุณสมบัติเหล่านี้มาใช้ ในการตรวจสอบความถูกต้องของรายการโดย สร้างเป็น Ledger Address ของแต่ละบัญชี เพื่อใช้แทนเลขที่บัญชี โดย Address ของ Bitcoin จะสร้างจาก</p><ol><li>Private Key ซึ่งเป็น User/ Password หรือเป็น Secret words ที่แต่ละคนจะกำหนดไว้ ซึ่งทุกคนต้องจำให้ได้ หายไปก็จบเข้าไปใช้งานบัญชีตัวเองไม่ได้นะ</li><li>สร้าง Public Key จาก Private Key ขึ้นมา</li><li>เมื่อได้ Public Key ก็จะทำการคำนวณหาค่า Hash (SHA-256) เพื่อให้ได้ค่าที่มีความยาว 33–34 Bytes (Base58 string) และใช้แทนเลขที่บัญชี</li></ol><h3 id="--1">ส่งเงินให้กันอย่างไร ?</h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*fbMtJP7oAL8DJloA1PBKag.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ในเมื่อทุกคนมีเลขที่บัญชีแล้ว ต่อไปก็จะส่งเงินให้กันและกัน โดยจะใช้เลขที่บัญชีที่ได้นั้นแหล่ะ เป็นตัวอ้างอิงในการส่ง เช่น</p><ol><li>ALICE บอกว่าจะส่งเงินให้ BOB 1,000 บาท</li><li>ALICE สร้างรายการบอกว่ามีการโอนเงินให้ BOB 1,000 บาท แล้วเข้ารหัสด้วย Private Key ของ ALICE</li><li>ALICE ส่งรายการไปให้ทุกคนเก็บไว้</li><li>ทุกคนสามารถเห็นว่า ALICE ส่งเงินให้ BOB เท่าไร และ ALICE มีเงินเหลือเท่าไร และยืนยันความถูกต้อง โดยใช้ Public Key ของ Alice (ก็คือเลขที่บัญชีของ Alice นั่นแหล่ะ) ในการตรวจสอบ</li></ol><blockquote><em><em>ทุกคนสามารถเห็นได้ (ดูผ่านเว็บเช่น <a href="https://blockchain.info/" rel="nofollow noopener">https://blockchain.info</a>, <a href="https://blockexplorer.com/" rel="nofollow noopener">https://blockexplorer.com</a>)แต่ไม่สามารถทำรายการโอนออกจากบัญชีของ ALICE ได้ เนื่องจากไม่มี Private Key หรือถ้าทำได้ก็จะไม่ถูกต้องอยู่ดีเพราะไม่ได้เข้ารหัสด้วย Private Key ของ Alice</em></em></blockquote><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*KBfaHN27AiGE_cjFuYT57w.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><h4 id="unspent-transaction-output-utxo"><strong>Unspent Transaction Output, UTXO</strong></h4><blockquote><em><em>เนื่องจากใน Bitcoin จะไม่มีการเก็บจำนวนเงิน Balance คงเหลือ Bitcoin จึงใช้วิธีการ UTXO ในการเก็บค่าของแต่ละ TRX โดยจะต้องคำนวณได้ว่า Output = Input</em></em></blockquote><blockquote><em><em>ตัวอย่าง</em></em></blockquote><blockquote><em><em>Alice ได้รับเงินมาจากคนอื่น 10 เหรียญ (TRX#1)</em></em></blockquote><blockquote><em><em>Alice ได้รับเงินมาจากอีกคน 2 เหรียญ (TRX#2)</em></em></blockquote><blockquote><em><em>Alice ส่งเงินให้ Bob 5 เหรียญ (TRX #3) และให้ Charlie 1 เหรียญ (TRX #4)</em></em></blockquote><blockquote><em><em>Alice ก็จะเหลือเงินอยู่อีก 6 เหรียญ แต่เนื่องจาก Bitcoin ไม่เก็บ Balance ในบัญชีไว้ (ทุกสิ่งอย่างเป็นแค่รายการเดินบัญชี) ทำไงล่ะ ? Alice ก็ต้องส่งเงินทอนกลับไปที่ตัวเองอีก 6 เหรียญ</em></em></blockquote><h3 id="--2"><strong>ก็ดูดีนะแล้วมีปัญหาอะไร ?</strong></h3><p>เนื่องด้วยเราใช้ระบบแบบกระจายตัวจะมีปัญหาอยู่ก็คือ</p><ol><li>ไม่ทราบว่ารายการไหนเกิดก่อนหรือหลัง ?</li></ol><p>2. จะทำอย่างไรถ้ามีคนแก้ไขรายการที่เกิดขึ้นแล้ว จะตรวจสอบได้อย่างไร ?</p><p>3. Double Spending: ถ้ามีคนเอาเหรียญอันเดียวกันไปจ่ายให้คนสองคน ? จะตรวจสอบได้อย่างไร ?</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*6FO6erqBWJS_csLNTJ5lmg.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><h3 id="-block"><strong>เราเลยต้องมาใช้ Block ?</strong></h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1200/1*Yg9G2i8LO3gFsRfZpFuB7w.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ในที่นี้จะขออ้างอิงถึง Block ของ Bitcoins เพราะว่าเป็น Blockchain ที่แพร่หลายมากที่สุดในตอนนี้</p><h3 id="--3"><strong>ปํญหา ?</strong></h3><h4 id="-trx-"><strong>ไม่ทราบว่า TRX ไหนเกิดก่อนหรือหลัง ?</strong></h4><ul><li>เพื่อแก้ไขปัญหาว่ารายการไหนมาก่อนหรือหลัง จะมีการรวมรายการในช่วงเวลาใกล้เคียงกันให้เป็น Block เดียวกันและทำการสร้าง Hash แทนค่าของ Block นั้น</li><li>เวลาทำการยืนยันข้อมูลก็จะได้ทำพร้อมกันไม่ต้องเสียเวลาทำทีละรายการ</li><li>ใช้ Timestamp เข้ามาช่วยยืนยันความต่อเนื่องในแต่ละ Chain โดยค่าของ Timestamp จะต้องบอกถึงค่า Timestamp ของ Block ก่อนหน้านั้นด้วย</li></ul><h3 id="--4"><strong>ปัญหาถัดไป ?</strong></h3><h4 id="2-trx-"><strong>2. จะทำอย่างไรถ้ามีคนแก้ไข TRX ที่เกิดขึ้นแล้ว จะตรวจสอบได้อย่างไร ?</strong></h4><h4 id="3-double-spending-"><strong>3. Double Spending: ถ้ามีคนเอาเหรียญอันเดียวกันไปจ่ายให้คนสองคน ? จะตรวจสอบได้อย่างไร ?</strong></h4><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*PERL873g7dacVTySN7rvAg.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลในรายการที่เกิดขึ้น จึงได้นำเอา Block ที่ได้มาต่อกันโดยเชื่อมโยงกับ Block ก่อนหน้าด้วยค่า HASH ของ Block ก่อนหน้านั้น แล้วสร้างเป็นค่า HASH ใหม่ของ Block นั้น และเชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆ ในกรณีนี้เวลามีคนแก้ไขข้อมูลใน ฺBlock เมื่อเทียบกับค่า Hash ใน Block ก่อนหน้าก็จะเห็นว่าไม่ตรงกัน เราก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีการแก้ไขข้อมูล วิธีการนี้เราเลยเรียกมันว่า</p><blockquote><em><em><strong><strong>“Blockchain”</strong></strong></em></em></blockquote><p><strong><strong><em>แล้วไง? ก็แก้อันก่อนหน้าไปเรื่อยๆสิ</em></strong></strong></p><p>พูดง่ายแต่ทำยากเนื่องจากว่าเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก็จะมีคนยืนยัน Block และประกาศเข้าไปต่อใน Chain ไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าคุณจะแก้ไขทุก Block ก่อนหน้าให้ทันก่อนที่จะมีคนมายืนยันและต่อ Block ใหม่เข้าไป (เวลาประมาณ 10 นาที) คุณก็จะต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการยืนยัน Block ที่เร็วมาก และสามารถแก้ไขทุก Block ได้ก่อนที่จะมีคนต่อได้</p><h3 id="miner-">Miner ยืนยันความถูกต้อง บุรุษผู้ปิดทองหลังพระ</h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*jYUpiC1rTaT44KxIc3hYSQ.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><h4 id="-miner-proof-of-work-">ในระบบนี้เราจะเรียกผู้ที่ช่วยยืนยันความถูกต้องของรายการว่า “Miner” โดยใช้วิธีการ Proof-of-Work ดังนี้</h4><ol><li>รายการใหม่แต่ละรายการจะถูกประกาศไปยังทุก Node</li><li>แต่ละ Node จะทำการเก็บข้อมูลของรายการและเก็บรวบรวมเป็น Block</li><li>แต่ละ Node จะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละ Block โดยใช้การคำนวณแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์เพื่อหาค่า Nounce ที่อยู่ในแต่ละ Block ถ้ามีค่า Block Hash เริ่มต้นด้วย 0 ก็จะประกาศเป็น Block ที่ถูกต้องและเชื่อมต่อใน Blockchain</li><li>ค่าความยากจะมีการปรับขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อมีการประกาศ Block ที่ถูกต้องได้ ทุกๆ 2016 Block (ปัจจุบัน, Dec-2016, ต้องหาค่า Hash ที่มีเลข 0 นำหน้าถึง 17 หลักด้วยกัน)</li></ol><blockquote><em><em>ไม่ได้เหนื่อยฟรีนะ Miner จะได้รับค่าตอบแทนเป็น Bitcoin จำนวนหนึ่งเมื่อทำการยืนยัน Block</em></em></blockquote><blockquote><em><em>จึงมีการแข่งขันกัน Miner ที่มีคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงๆ จะสามารถคำนวณและประกาศ Block ได้ก่อน</em></em></blockquote><blockquote><em><em>แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ถ้า Miner สามารถสร้าง Node ที่มีการประมวลผลสูงมากๆ จนเกิน 51% ของความสามารถในการคำนวณของทั้งระบบ Miner นั้นก็อาจจะสามารถปลอมแปลงข้อมูลใน Blockchain ได้ <strong><strong>Sybil Attack (51% Attack)</strong></strong></em></em></blockquote><h4 id="orphan-block">Orphan Block ?</h4><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*tODGRSuEOSbngHtr9aU6hA.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>ในกรณีที่มีการส่ง Block มาในเวลาเดียวกัน Block ที่ถูกยืนยันก่อนก็จะเป็น Block ที่ถูกต้องและ Block อีกอันจะเป็น Orphan Block และถูกส่งกลับไปต่อคิวใหม่ใน Unconfirmed Pool เพื่อรอการยืนยันใหม่ ทำให้ไม่สามารถนำเหรียญเดียวกันมาใช้พร้อมกันได้</p><h3 id="consensus-method-"><strong>CONSENSUS METHOD: วิธีการยืนยันรายการ</strong></h3><h4 id="proof-of-work-bitcoins-"><strong>Proof-of-Work (Bitcoins)</strong></h4><ul><li>ใช้ Computing power เพื่อเล่นเกมส์ในการถอดรหัสของ Block การถอดรหัสปัญหายากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องใช้ Computing Power ที่สูงขึ้น</li><li>สามารถสร้าง computer ที่มี Computing power สูงๆ เพื่อมาโกงได้</li></ul><h4 id="proof-of-stake-peercoin-nxt-ethereum-"><strong>Proof-of-Stake (Peercoin/ NXT/ (Ethereum))</strong></h4><ul><li>ใช้หลักการว่าใครที่มีจำนวนเหรียญในครอบครองมากก็จะมีความสามารถในการยืนยันรายการได้มาก โดยสามารถยืนยัน Block ได้ตามสัดส่วนของจำนวนเหรียญที่ถือครองอยู่</li></ul><h4 id="proof-of-existance-fatcom-"><strong>Proof-of Existance (Fatcom)</strong></h4><ul><li>ตรวจสอบความมีจริงของแต่ละ Node โดยจะต้องมีการยืนยันตัวตนของ Node แต่ะ Node ก่อนจึงจะได้การยอมรับ</li></ul><h4 id="pbft-practical-byzantine-fault-tolerance-hyperledger-"><strong>PBFT: Practical Byzantine Fault Tolerance (HyperLedger)</strong></h4><ul><li>ใช้วิธีการ Vote โดยนับจำนวนเสียงข้างมาก (2N+1 /3)</li></ul><h3 id="full-node-lightweigh-node-thin-client-">Full Node / Lightweigh Node (Thin Client)</h3><p>ถ้าเราจะใช้ระบบ Blockchain เราจะต้องตั้ง Node ขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับระบบของ Bitcoin เพื่อใช้เก็บข้อมูล ยืนยัน Block และติดต่อกับ Node อื่นเพื่อประกาศ Block ใหม่ โดยเราสามารถตั้ง Node ได้ 2 แบบคือ</p><h4 id="full-node-">Full Node:</h4><p>คือ Node ที่มีการโหลดข้อมูลของ Blockchain ทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ตัวเอง ซึ่งดูเหมือนไม่ยากแต่ คิดง่ายๆ ยกตัวอย่างของ Bitcoin ปัจจุบัน (DEC-2016) Block size ทั้งหมดจะอยู่ที่ 95 GB แค่คิดจะโหลดมาก็เหนื่อยล่ะครับ ซึ่งทุกคนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Full Node ตลอด</p><h4 id="lightweight-node-thin-client-">Lightweight Node/ Thin Client:</h4><p>สำหรับคนที่คิดจะใช้งานทั่วไปเฉยๆ เช่นโอนเงิน เช็คยอดเงิน ไม่คิดจะต้องมีการทำ Proof-of-Work ยืนยันความถูกต้องของ Block ใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำ Full Node เราสามารถใช้ Node อีกแบบคือ Lightweight Node มาใช้งาน</p><p>ซึ่งเจ้า Thin Client นี้จะใช้วิธีการ <strong><strong>SPV: Simplified Payment Verification </strong></strong>โดยจะโหลดมาเฉพาะส่วน Header ของแต่ละ Block มาเก็บไว้ และจะใช้ Bloom Filter (Query Database) จาก Full Node และดึงข้อมูลที่เราอยากได้มาดู</p><h3 id="smart-contracts">SMART CONTRACTS ?</h3><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*YNooPicr-QKGAscSkPBn9g.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>กลับมาที่ Timeline เดิม ตอนแรกๆ Blockchain ที่พัฒนาออกมานั้นจะอ้างอิงพื้นฐานของ Bitcoin คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆ อย่างเดียว แล้วต้องใช้คอมพิวเตอร์ตั้งเยอะแยะมายืนยันรายการ เปลืองไฟน่าดูเลย ทำไมไม่เอามาทำอย่างอื่นบ้างแทนที่จะส่งแค่จำนวนเงิน</p><p>หลายๆท่านเลยแตกแขนงออกมาเป็น Blockchain Platform มากมาย โดยที่ดังๆ ก็จะมีคือ</p><ol><li><strong><strong>Bitcoin-based</strong></strong> : Litecoin, Dogecoin, Namecoin, Monero, Dash, counterparty.io ใช้พื้นฐานมาจาก Bitcoin ทำในเรื่องเงินๆทองๆ</li><li><strong><strong>Ethereum</strong></strong>: แตกแขนงมาจาก Bitcoin โดยมีความสามารถพิเศษที่จะใส่ Programming script ลงไปได้ด้วย สามารถเขียน Condition ให้ตรวจสอบได้ ว่าถ้าตรงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็จะให้ทำอะไร เช่น จ่ายเงินไปยังผู้อื่น</li></ol><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/0*MJSwu4hw-4t2UuKt.jpg" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"><figcaption>ตัวอย่างการนำ Smart Contract&nbsp;มาใช้</figcaption></figure><!--kg-card-end: image--><p>3. <strong><strong>HyperLedger</strong></strong>: ก่อตั้งโดย Linux Foundation โดยมีจุดประสงค์ในการนำ Blockchain ไปใช้ในเชิงธุรกิจ ทำเป็น Private Blockchain ที่ทุกคนจะต้องเป็นสมาชิกก่อนถึงจะใช้งานได้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น</p><p>4. <strong><strong>Ripple</strong></strong>: มุ่งเน้นทำเป็น ฺBlockchain ที่ใช้ในการทำ Settlement ระหว่างธนาคาร จึงดังในแวดวงการเงินการธนาคาร</p><blockquote><em><em>จะเห็นว่าจริงๆแล้ว Blockchain สามารถทำอะไรได้มากมายนอกจากเรื่องเงินๆทองๆ ดังนั้น<strong><strong> “Blockchain ไม่ใช่ ​Bitcoin”</strong></strong></em></em></blockquote><blockquote><em><em>Bitcoin ไม่ใช่ทุกอย่างของ Blockchain เป็นเพียงแค่ Blockchain แบบหนึ่งเท่านั้น เราสามารถนำ Blockchain ไปต่อยอดพัฒนาใช้ได้กับหลายๆอย่าง ตัวอย่างเช่น</em></em></blockquote><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/0*hzJF2WlsukGwBZpP.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><h3 id="--5">แถมศัพท์เทคนิคเล็กน้อย</h3><p>ในแวดวง Blockchain จะได้ยินศัพท์เทคนิคว่า Soft Fork, Hard Fork อยู่เป็นประจำ มันคืออะไรนะเหรอ ?</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/0*EfJJc0Gxt4TH0AnF.jpg" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>FORK ก็แปลตรงตัวแปลว่า ส้อม นึกถึงส้อมมีด้านจับอันเดียวแต่พอมาที่ปลายก็แตกแขนงเป็นหลายอัน ในแวดวงคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันคือถ้าเราต้องการที่จะแตกแขนง Program ไหนสักอันหนึ่งมาเป็นแขนงของตัวเองเพื่อพัฒนาต่อไปก็จะใช้วิธีการ Fork นี่หล่ะ</p><p><strong><strong>Fork เกี่ยวอะไรกับ Blockchain ล่ะ ?</strong></strong> เนื่องจาก Blockchain เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ใครก็ตามสามารถแก้ไขข้อมูลในระบบได้เลย ดังนั้นถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา วิธีแก้ไขก็คือต้องทำการ Fork แก้ไข Code หรือข้อมูลใน Blockchain</p><h4 id="-hard-fork-">“HARD FORK”</h4><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*rfA6QgDsNDJHMCitbYWurg.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>คือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในตัว Blockchain ให้เป็นแบบใหม่ไปเลย โดยที่เมื่อทำการ Hard Fork แล้วจะทำให้ Block เดิมที่ไม่ถูก Upgrade ด้วยกลายเป็น Block ที่ไม่ถูกต้องและถูกเตะออกจากระบบไป ผู้ใช้งานในระบบก็ต้อง Upgrade Node ของตัวเองเพื่อรองรับระบบใหม่ด้วย ไม่งั้นก็จะใช้งานไม่ได้</p><p>ที่ผ่านมา Hard Fork ที่เป็นข่าวดังๆก็คือระบบของ Ethereum ที่มีผู้ถูกขโมยเงินออกไปจากโปรแกรม DAO เป็นมูลค่าหลายสิบล้านเหรียญ วิธีการเอาคืนมาให้ถูกต้องก็คือต้องทำการ Hard Fork และทำให้เงินที่ถูกขโมยไปเป็นโมฆะ หรืออีกครั้งคือเมื่อมีผู้โจมตีระบบ Ethereum มีการใส่ Code ที่ทำให้ระบบไม่สามารถยืนยัน Block หนึ่งได้ ระบบก็ไปต่อไม่ได้ ต้องมีการทำ Hard Fork แก้ไขระบบขึ้น จนปัจจุบันนี้ Ethereum ได้ทำการ Hark Fork ไปแล้ว 3 ครั้งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ</p><p><strong><strong>“SOFT FORK”</strong></strong></p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1600/1*rr4S1QXaIML4n3whhm521w.png" class="kg-image" alt="Blockchain 101- เข้าใจ Blockchain แบบง่าย(มั้ง)"></figure><!--kg-card-end: image--><p>คล้ายๆกับ Hard Fork แต่เบากว่าหน่อย (เลยเรียก Soft Fork ไง) มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ใช้ในตัว Blockchain เช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่โหดให้ Block เก่ากลายเป็นโมฆะไป Block เดิมก็ยังสามารถใช้ได้อยู่ภายในกฎเดิม</p><!--kg-card-begin: hr--><hr><!--kg-card-end: hr--><h4 id="references-">References:</h4><ul><li>Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System, <a href="https://bitcoin.org/bitcoin.pdf" rel="nofollow noopener">https://bitcoin.org/bitcoin.pdf</a></li><li>Bitcoin Wiki, <a href="https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page" rel="nofollow noopener">https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page</a></li><li>Coursera: Bitcoin and Cryptocurrency Technologies, <a href="https://www.coursera.org/learn/cryptocurrency" rel="nofollow noopener">https://www.coursera.org/learn/cryptocurrency</a></li><li>Blockchain คืออะไร? อธิบายแบบละเอียด แต่เข้าใจง่าย(มั้ง, )<a href="https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=900" rel="nofollow noopener">https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=900</a></li><li>Blockchain for Geek … เบื้องหลังการทำงานฉบับ Technical ตัวอย่างจาก Bitcoin, <a href="https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=901" rel="nofollow noopener">https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=901</a></li><li><a href="http://www.investopedia.com/terms/h/hard-fork.asp" rel="nofollow noopener">http://www.investopedia.com/terms</a></li><li><a href="http://withbitco.in/book/" rel="nofollow noopener">http://withbitco.in/book/</a></li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[มารู้จัก AQI : Air Quality Index กัน (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านกันนะ)]]></title><description><![CDATA[<p>- ช่วงที่ผ่านมา หลายๆ คนน่าจะได้ยินคำว่า AQI กันจนคุ้นเคย คิดว่าหากเราเข้าใจ AQI มากขึ้น อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย</p><p>- AQI เกิดขึ้นมา สำหรับใช้ในการสื่อสารถึงความเสี่ยงของคุณภาพอากาศในที่ที่เราอยู่ ซึ่งจะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของมลพิษทางอากาศที่แตกต่างกั</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/maaruucchak-aqi-air-quality-index-kan-yaawhn-y-aet-yaakaih-aankanna/</link><guid isPermaLink="false">5cfa7011bd0b20674cd43785</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Fri, 07 Jun 2019 14:10:22 GMT</pubDate><media:content url="https://images.unsplash.com/photo-1520632587893-f4e855502ca3?ixlib=rb-1.2.1&amp;q=80&amp;fm=jpg&amp;crop=entropy&amp;cs=tinysrgb&amp;w=1080&amp;fit=max&amp;ixid=eyJhcHBfaWQiOjExNzczfQ" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://images.unsplash.com/photo-1520632587893-f4e855502ca3?ixlib=rb-1.2.1&q=80&fm=jpg&crop=entropy&cs=tinysrgb&w=1080&fit=max&ixid=eyJhcHBfaWQiOjExNzczfQ" alt="มารู้จัก AQI : Air Quality Index กัน (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านกันนะ)"><p>- ช่วงที่ผ่านมา หลายๆ คนน่าจะได้ยินคำว่า AQI กันจนคุ้นเคย คิดว่าหากเราเข้าใจ AQI มากขึ้น อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย</p><p>- AQI เกิดขึ้นมา สำหรับใช้ในการสื่อสารถึงความเสี่ยงของคุณภาพอากาศในที่ที่เราอยู่ ซึ่งจะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของมลพิษทางอากาศที่แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ</p><p>- มาถึงตรงนี้เริ่มจะเห็นแล้วว่าจริงๆ AQI มีความซับซ้อนไม่เบา เพราะว่า AQI จะมีการรายงานจาก มลพิษทางอากาศหลายตัว และ AQI แต่ละประเทศยังมีการกำหนดมาตรฐานที่แตกต่างกันอีกด้วย</p><p>- ขออธิบายถึง AQI ของประเทศไทยก่อน<br>ตามประกาศของกรมควบคุมมลพิษ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อเดือน พ.ย.2561 โดยกำหนดให้ AQI คิดจากมลพิษทั้งหมด 6 ตัวได้แก่ PM2.5, PM10, SO2 (ซัลเฟอร์ไดออกไซด์), NO2 (ไนโตรเจนไดออกไซด์), CO (คาร์บอนมอนอกไซด์), และ O3 (โอโซน) (ใช่แล้วโอโซนเป็นมลพิษ โอโซนที่มีประโยชน์จะต้องอยู่ในชั้นบรรยากาศ Startosphere ที่อยู่สูงขึ้นไปเกินกว่า 10 km ซึ่งช่วยกันรังสี UV บางประเภทเข้ามาในโลก แต่โอโซนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศที่เราอยู่ ถือเป็นมลพิษ)</p><p>- โดย AQI จะสามารถคำนวณจากค่ามาตรฐานของแต่ละมลพิษ เป็นระดับต่างๆ ว่าความเข้มข้นของมลพิษแต่ละชนิดจะถูกกำหนดเป็นช่วง ว่าระดับความเข้มข้นเท่าไหร่มีผลอย่างไร โดยแต่ละช่วงจะถูกกำหนดและให้รหัสเป็นสี เริ่มด้วย ฟ้า เขียว เหลือง ส้ม แดง (โดยประเทศอื่นๆ อาจมีสีแตกต่างกัน เช่น เริ่มที่เขียว เหลือง ส้ม แดง ม่วง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่ค่าของทุกประเทศ จะกำหนดให้ ค่าที่เริ่มมีผลกับสุขภาพ เป็นค่า AQI ที่มากกว่า 100)</p><p>- มลพิษแต่ละตัวถูกกำหนด ค่าความเข้มข้นในแต่ละระดับแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการกำหนดค่าความเข้มข้นที่วัดได้เป็นค่าเฉลี่ยต่อช่วงเวลาที่กำหนดอีกด้วย (ไม่ใช่ค่าที่รายงานจากการวัดได้ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง) เช่น PM2.5 และ PM10 จะคิดจากค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง (O3 และ CO ใช้ค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง ส่วน NO2 และ SO2 ใช้ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง)</p><p>- สำหรับรายละเอียดการคำนวณ หากใครเคยดูสมการอ้างอิงอาจจะดู งง นิดหน่อย แต่จริงๆ หากพูดตามภาษาคณิตศาสตร์มันคือการทำ interpolate (การประมาณค่าในช่วง) นั่นเอง</p><p>- คราวนี้พอมีมลพิษหลายตัว ค่า AQI จะทำการเลือกค่าที่เป็นค่า AQI ที่สูงที่สุดจากมลพิษทุกประเภทที่ทำการวัด มารายงานเป็นค่า AQI ซึ่งนั่นหมายถึงว่า จริงๆ แล้วค่า AQI ที่เห็นอาจเป็นค่ามลพิษตัวใดตัวหนึ่ง (แต่บังเอิญส่วนใหญ่ตัวที่มีปัญหาเกินค่ามากบ่อยๆ คือ PM2.5)</p><p>- จากที่กล่าวมาจึงมีบางปัจจัยที่เป็นจุดอ่อนของค่า AQI เช่น ค่าที่รายงานเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลา แต่ค่า ณ ขณะใดขณะหนึ่งอาจจะมีอันตรายมากกว่านั้น (เป็นช่วงๆ) ได้ หรือการที่ AQI รายงานค่าที่สูงที่สุดของมลพิษชนิดใดชนิดหนึ่ง อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ นอกจากนี้หากพิจารณาปัจจัยกระทบกับสุขภาพที่แท้จริง อาจจะสูงกว่านั้น หากมลพิษแต่ละตัวสูงใกล้เคียงกันหมด แต่รายงานเพียงตัวที่สูงที่สุดเพียงตัวเดียว ดังนั้นหากเราเข้าใจหลักการของ AQI ทางที่ดีเราควรดูค่าของแต่ละมลพิษด้วยประกอบกันสำหรับการรายงาน อย่าดูเพียงค่า AQI เพียงอย่างเดียว</p><p>- สำหรับค่า AQI ของ PM2.5 ของประเทศไทย กำหนดค่าที่เริ่มมีผลกับสุขภาพ (AQI PM2.5 มากกว่า 100) ที่ความเข้มข้น 50 microgram/cu.m. ค่านี้อาจแตกต่างกับประเทศอื่นๆ เช่น อเมริกา อาจคิดค่าที่เริ่มมีผลกับสุขภาพของ PM2.5 ที่ 35.4 microgram/cu.m จีนเริ่มคิดค่าที่มีผลต่อสุขภาพที่ 75 microgram/cu.m. ค่าที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลกอาจกำหนดไว้ต่ำที่ 25 microgram/cu.m. แต่ก็ยังมีการกำหนดเป็นระดับสำหรับ developing cities ไว้ด้วยเช่นกัน (ซึ่งอาจเป็นค่าที่สูงกว่า 25)</p><p>- ดังนั้น หลายๆ คนที่ตรวจสอบค่า AQI จาก app Air Visual จะพบว่าค่าของ AQI ไม่ตรงกับเว็บหรือ app ของกรมควบคุมมลพิษ ก็เนื่องมาจากการกำหนดมาตรฐานแตกต่างกันนั่นเอง (app Air Visual มีให้เลือกเป็น AQI ของ US และ จีน)</p><p>- เล่ามายาวมาก หวังว่าจะช่วยให้อ่านค่าได้เข้าใจและเป็นประโยชน์มากขึ้น ทางที่ดีแนะนำให้ดูค่าความเข้มข้นเป็นหลัก และป้องกันตัวเองเอาไว้นะคะ ด้วยรักและห่วงใยในสุขภาพคุณ</p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf0/2/16/1f603.png?_nc_eui2=AeFEdAReH4CHwqSSU1JwMyCJbGRhEiXz2f8g7dPnOXLjYSkus0fUN57u-mNadTobfsZTlfidcgAOYk97kiTlts04Kv9efhk5ARsUQ6SjeiXCXQ" class="kg-image" alt="มารู้จัก AQI : Air Quality Index กัน (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านกันนะ)"></figure><!--kg-card-end: image--><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51273461_314350042528576_8609000518762627072_n.jpg" class="kg-image" alt="มารู้จัก AQI : Air Quality Index กัน (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านกันนะ)"></figure><!--kg-card-end: image-->]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ฝุ่นจิ๋วคืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้างนะ (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านนะ ❤ )]]></title><description><![CDATA[<p>วันนี้ admin จะมาชวนคุยว่าฝุ่นจิ๋วที่เราเรียก PM2.5 นั้นคืออะไร<br>PM ย่อมาจาก Particulate Matter ส่วน 2.5 มาจาก ขนาดของฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน (หรือไมโครเมตร) โดยปรกติเมื่อเราพูดถึงฝุ่นเราอาจจะนึกถึงขนาดเล็กหลายคนคงนึกไปถึงฝุ่นที่เป็นของแข็ง</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/funcchiwkhuue-aair/</link><guid isPermaLink="false">5cfa6f3bbd0b20674cd4376e</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Fri, 07 Jun 2019 14:06:20 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/52508183_322841998346047_5541122391595286528_n-1.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/52508183_322841998346047_5541122391595286528_n-1.png" alt="ฝุ่นจิ๋วคืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้างนะ (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านนะ ❤ )"><p>วันนี้ admin จะมาชวนคุยว่าฝุ่นจิ๋วที่เราเรียก PM2.5 นั้นคืออะไร<br>PM ย่อมาจาก Particulate Matter ส่วน 2.5 มาจาก ขนาดของฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน (หรือไมโครเมตร) โดยปรกติเมื่อเราพูดถึงฝุ่นเราอาจจะนึกถึงขนาดเล็กหลายคนคงนึกไปถึงฝุ่นที่เป็นของแข็ง แต่จริงๆ แล้วฝุ่นขนาดเล็ก หรือ Particulate Matter ที่เราพูดถึง มันอาจจะเป็น ของแข็ง หรือของเหลว เป็น องค์ประกอบรวมของสารหลายชนิด ที่เป็นทั้งสาร อินทรีย์ (organic) และ อนินทรีย์ (inorganic)<br><br>จากภาพ ทางด้านซ้ายที่เป็นพื้นหลังสีโทนส้มจะเป็นส่วนที่เป็น PM2.5 จะเห็นได้ว่าฝุ่นที่บอกว่าเป็น PM2.5 ก็อาจจะมีหลายขนาด ไม่ใช่ขนาดแค่ 2.5 ไมครอนเท่านั้น แต่รวมถึงฝุ่นที่เล็กกว่านั้นด้วย ซึ่งฝุ่นเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทรงกลม อาจเป็นรูปร่าง รูปทรงต่างๆ กันได้ และด้วยขนาดที่เล็กมาก ทำให้ฝุ่นเหล่านี้สามารถแขวนลอย กระจายตัวอยู่ในอากาศได้นาน ไม่ตกลงมาง่ายๆ หรือกำจัดง่ายๆ เหมือนกับฝุ่นที่ขนาดใหญ่กว่า<br><br>แม้เราจะพูดถึงฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน แต่จากงานวิจัยต่างๆ ก็พบว่าองค์ประกอบส่วนใหญ่ของ PM2.5 มักเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน (PM1) ถึงแม้อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะคิดเป็นสัดส่วนน้ำหนักน้อย แต่หากนับเป็นจำนวนอนุภาคก็อาจมากถึง 90% ของจำนวนอนุภาคทั้งหมด ความเล็กและจำนวนที่มากมายเหล่านี้ เป็นเหตุผลที่เจ้าฝุ่นจิ๋วเหล่านี้สามารถผ่านระบบการคัดกรองของร่างกายเข้าไปได้ลึกกว่า และด้วยขนาดที่เล็กทำให้มีความสามารถในการเกาะติด (deposition) ได้มากเพราะมีพื้นที่ผิวมากนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าฝุ่นขนาดใหญ่กว่าอย่าง PM10 ไม่อันตราย<br><br>ฝุ่นขนาดเล็กๆ เหล่านี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง<br><br>เนื่องจากฝุ่นเล็กมากๆ เหล่านี้เป็นได้ทั้งของแข็งและของเหลว จึงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายอย่าง เช่น การเผาไหม้, การควบแน่นของสารอินทรีย์ และไอของโลหะ รวมถึงสามารถเกิดจากมลพิษในขั้นแรกที่มีการเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องในอากาศ เช่นมีการเปลี่ยนรูปจากก๊าซด้วยปฏิกิริยาที่มีแสงอาทิตย์เป็นตัวเร่ง<br><br>ดังนั้นแหล่งกำเนิดหลักภายนอกที่พบเป็นหลักสำหรับการเกิด PM2.5 มักเป็นการเผาไหม้ในพาหนะต่างๆ การเผาไหม้ทุกชนิดในโรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง (เช่นการเผาขยะ เผาหญ้า หรือเผาเศษวัสดุทางการเกษตร) ปฏิกิริยาเคมีบางอย่าง ตามที่ได้ยินได้ฟังจากข่าว<br><br>แต่ยังมีกิจกรรมใกล้ตัวที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น การสูบบุหรี่ การจุดธูป การทำอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น <br>วันนี้ admin เอาข้อมูลที่น่าสนใจ จากงานวิจัยต่างๆ ที่พูดถึงการเกิดฝุ่นจากกิจกรรมใกล้ๆ ตัว มาเล่าให้ฟังกัน<br><br>- การจุดธูปอาจทำให้เกิดฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้มากถึง 45 มิลลิกรัม ต่อการจุดธูปน้ำหนัก 1 กรัม [1] <br>- การทำอาหารแต่ละชนิดและหลากหลายวิธีให้ค่าฝุ่นมากเช่นกัน มีหลายงานวิจัยทดสอบปริมาณฝุ่นที่เกิดจากการประกอบอาหาร ซึ่งมีทั้งการเปรียบเทียบ วิธีการประกอบอาหาร ชนิดและประเภทของอาหารที่ทำ ให้ผลต่างๆ ที่น่าสนใจ [2], [3]<br>- วิธีการปรุงอาหารแบบ ปิ้งย่าง และทอด ให้ค่าฝุ่นมากที่สุดในการประกอบอาหาร (จากการศึกษา ทั้งการต้ม อบ นึ่ง ทอด ย่าง อบในเตา อบในเตาไมโครเวฟ เป็นต้น)<br>- วิธีการปรุงอาหารที่เป็นแบบใช้น้ำมันมีค่าฝุ่นมากกว่าที่เป็นการใช้น้ำในการประกอบอาหาร เช่นการทอด การผัด ให้ฝุ่นมากกว่าการต้มการนึ่ง<br>- อาหารประเภทเนื้อให้ค่าฝุ่นมากกว่าประเภทปลา และมากกว่าประเภทผัก <br>- การประกอบอาหารด้วยการใช้เตาไฟ (ที่มีการเผาไหม้) ทำให้เกิดฝุ่นมากกว่าเตาไฟฟ้า<br>- เมื่อเปรียบเทียบน้ำมันที่ใช้ (ด้วยความร้อน) พบว่าน้ำมันมะกอก ให้ค่าฝุ่นสูงที่สุด รองลงมาเป็นประเภทน้ำมันมะพร้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น<br>- จากการทดลองวัดค่าความเข้มข้นฝุ่นจากการประกอบอาหารภายในบ้าน พบว่าอาจทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ภายในบ้านสามารถสูงขึ้นไปถึง 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร<br></p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-wide"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/52508183_322841998346047_5541122391595286528_n.png" class="kg-image" alt="ฝุ่นจิ๋วคืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้างนะ (ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านนะ ❤ )"></figure><!--kg-card-end: image--><p></p><p><br>หากสนใจอยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามไปอ่านบทความตีพิมพ์ด้านล่างได้นะคะ <br><br>[1] Ta-Chang Lin, Guha Krishnaswamy, and David S. Chi, “Incense smoke: clinical, structural and molecular effects on airway disease”, Clinical and Molecular Allergy, 2008; 6: 3.<br><br>[2] Mehdi Amouei Torkmahalleh, Sodabeh Gorjinezhad, Hediye Sumru Unluevcek, Philip K. Hopke, “Review of factors impacting emission/ concentration of cooking generated particulate matter”, Science of the Total Environment, 2017, 586: 1046-1056.<br><br>[3] Man-Pun Wan, Chi-Li Wu, Gin-Nam Sze To, Tsz-Chun Chan, Christopher Y.H. Chao, “Ultrafine particles, and PM2.5 generated from cooking in homes”, Atmospheric Environment, 45 (2011), 6141-6148</p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ค่า AQI คืออะไร อ่านบทความของเพจที่นี่ครับ]]></title><description><![CDATA[<!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51845004_315743859055861_1114473309560373248_o.jpg" class="kg-image"></figure><!--kg-card-end: image-->]]></description><link>http://blog.iyawat.com/khaa-aqi-khuue-aair-aanbthkhwaamkh-ngephcchthiiniikhrab/</link><guid isPermaLink="false">5cfa70edbd0b20674cd437a0</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Mon, 03 Jun 2019 07:57:36 GMT</pubDate><content:encoded><![CDATA[<!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51845004_315743859055861_1114473309560373248_o.jpg" class="kg-image"></figure><!--kg-card-end: image-->]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[รีวิวและข้อมูลที่ซื้อเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi PM2.5 Detector Air Quality Monitor]]></title><description><![CDATA[<p>มีเพื่อนๆ ถามมาเยอะมากเกี่ยวกับตัววัดฝุ่น PM2.5 วันนี้เลยขอถือโอกาสรีวิวเครื่องวัดของ Xiaomi ตัวที่ผมใช้อยู่อย่างเป็นทางการ ออกตัวก่อนนะครับว่าเพจนี้เราเจตนาเอาไว้รีวิวอุปกรณ์ Gadget รอบๆ ตัว ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องฝุ่น 5555 และเราก็ไม่</p>]]></description><link>http://blog.iyawat.com/riiwiwaelakh-muulthiichuue-ekhruue-ngwadfun-xiaomi-pm2-5-detector-air-quality-monitor/</link><guid isPermaLink="false">5cfa70edbd0b20674cd4379f</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Mon, 03 Jun 2019 07:56:55 GMT</pubDate><media:content url="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51053528_1504756376323076_617618504777990144_o.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51053528_1504756376323076_617618504777990144_o.jpg" alt="รีวิวและข้อมูลที่ซื้อเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi PM2.5 Detector Air Quality Monitor"><p>มีเพื่อนๆ ถามมาเยอะมากเกี่ยวกับตัววัดฝุ่น PM2.5 วันนี้เลยขอถือโอกาสรีวิวเครื่องวัดของ Xiaomi ตัวที่ผมใช้อยู่อย่างเป็นทางการ ออกตัวก่อนนะครับว่าเพจนี้เราเจตนาเอาไว้รีวิวอุปกรณ์ Gadget รอบๆ ตัว ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องฝุ่น 5555 และเราก็ไม่ได้เป็นตัวแทนขายเครื่องวัดเครื่องฟอกของ Xiaomi ซะด้วย 5555<br>.<br>เครื่องนี้ชื่อ Xiaomi PM2.5 Detector Air Quality Monitor โดยมันวัดแต่ค่าฝุ่น PM2.5 เป็นหลัก<br>.<br>รีวิวแบบสั้นๆ <br>เครื่องมันใช้งานง่ายมาก ขนาดพกพาง่าย หน้าจอ OLED ชัดมาก แบตเตอรี่ไม่อึดมาก แต่น่าจะใช้ได้รวมๆ 60-120 นาทีในการชาร์จหนึ่งครั้ง วัดค่าเอง ณ จุดนั้นๆ ได้เลยไม่ต้องต่อเน็ต ค่าที่วัดได้มีความน่าเชื่อ <br>.<br>ราคาประมาณ 1,800-2,200 บาทแล้วแต่ร้านที่ซื้อครับ เนื่องจากมีเพื่อนฝากซื้อบ่อยมาก ผมเลยได้ลองซื้อทั้งในลาซาด้า และ Aliexpress แต่ไม่ว่าจะสั่งจากเว็บไหน ของก็ส่งมาจากต่างประเทศ รอประมาณ 10-14 วัน <br>.<br>ร้านใน Aliexpress ที่ผมซื้อบ่อยสุดคือสองร้านนี้ครับ <br><a href="https://bit.ly/2RWia9W?fbclid=IwAR0uqzu33qvHE_V1-DkKVIBPUkpSYk5qpHXHOSQHFePgJ_8ljK_iz8iOXjk" rel="noopener nofollow">https://bit.ly/2RWia9W</a><br><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fbit.ly%2F2DIGVgW%3Ffbclid%3DIwAR0HqWb4uvBt3xiNSOyYmBJsUBnq6K9kiD_JN-yc-68val7Erl9Y_0NKUbM&amp;h=AT0ixvZfYSEoRAeopZR6JE3wevI-liC5xmclJU70uajNFnF-fGpGtt42Ktrn0i-p0ml6agCyEhVD2kboYqad3nuuba6DiUvZtKi_AFJHGG5dV7uRw8hGGGF73f2zzdJOaE-CKy3v8GVPPnOAtwxalB1iUfCLcXnsHHhaQb2r2AkEgDa0PXg7AQOHFHuREi2_ATTYTU8IEJ9EY6-6rO0MJOfTH8RSsyk2JJGFjgMxKKPhC0DY_lylTf0Mo3eIeQ--EOs3TZnvYsvv87eMIJ2L11FuG8RuB_gXrP1aKP_sz2axmMTNKUfn3XcwRL5UbSSefSDH8C9Rfrn3c8p8gTRHE-D9mB5t20F-lKSpbJ8svfTGzRr3Ds_q958EMDsfUd7pt4eOCo0LSR-p1E_ow22Yw51zupkbxJPw5hKgIeKF0ygrOWq7iMiNA_uV1wv3Fb5zfyS1omVijjoTn5MRUIphbsQqMKT7vKkW28B6Gumv-MWvqRH21H_fS4Axi__2yqclAqXRfnhlI3O9fsXzD-2x8XJ62ilOC5Tan6nqNmfn8WgJvkNQtCIMb-3e4rbbVZ3-ygDXLb5kbTgEap2h7lC7Io5_Ri_riMdIJOh6jXHX4l4OqctMJbLEctMpwuabRFks26QB2RuYL_Q" rel="noopener nofollow">https://bit.ly/2DIGVgW</a></p><p>ผมว่าร้านเค้าส่งเร็วที่สุดแล้ว(ประมาณ 7-10 วัน) ราคาตอนเซลล์ ประมาณ 5X.XX USD แพงกว่านี้ไม่ควรซื้อ ควรรอให้มันเซลล์หรือหาร้านอื่น และใน Aliexpress มีคูปองให้กดรับทั้งของเว็บสำหรับ user ใหม่ลด $4 และทั้งของร้านลดอีกประมาณ $2-$3 <br>.<br>ส่วนในลาซาด้า เหมือนของขาดตลาดเริ่มขายแพงขึ้นเรื่อยๆ ผมเคยสั่งร้านนึง แพงและรอนานทีเดียว 555<br>. <br>จำเป็นต้องซื้อมั้ย?<br>เอาจริงๆ ไม่จำเป็นนะครับ ค่าในแอปถึงแม้จะไม่ได้วัดตรงจุดที่เราอยู่เป๊ะๆ แต่ก็สอดคล้องกัน เพราะส่วนใหญ่วันที่อากาศไม่ดี ก็ไม่ดีหมดทั้งกรุงเทพและปริมณฑล ไม่ว่าเราจะดูผ่านแอปหรือวัดค่าเองหน้าบ้าน สุดท้ายในวันที่อากาศไม่ดีแค่ดูจากแอป ข้อปฏิบัติก็คือเราต้องพยายามอยู่ในตัวอาคาร หรือในรถให้มากที่สุดอยู่ดีครับ<br>.<br>หรือไม่ถ้าอยากดูค่าที่วัดจริง ของแก๊งค์เพื่อนๆ ผมที่คอยวัดให้ตามจุดต่างๆ ที่เพจ<a href="https://www.facebook.com/pm2.5daily/?__xts__%5B0%5D=68.ARBoL4UA4Lz8PplGdp4loeXBgeQCFdK9LUTdXFzu7K8J5-xS9KDE7wbSdtx028xdayVG7BaAkderiNKTMLkdnWej3mjQYt9lg1JvkAP5Un-85IUf0oMrCwAgpEJeh-FLan0kf2Vf52m-7xyZUF4BTNC1wzD2YWfj-o2NjVz2guHlu9d-li76RCQo34fc5YcwuZF-WiGNoJDPsY0pqOgBHCE9F-CgRbUw4ssgaQbAkF7FqfJU6gWwg-c8d9-bHXgNNxRoGFkQFlD5b9zIvFduXh12RA48zsXAtlud50qFlDapRD3yN2wd8_ma66LADTGgstiCm2Aw2gG74qoDqYQ&amp;__xts__%5B1%5D=68.ARCyoe08VMafk35CABsuTZL4t43GhqehlkDizXQ8N0_eBesDAEX1tMo2eL1tuEj0Us6jjXWHHlgOewD0Usft9yeUxcOUnNQbDXJt3GP23svSpyZL_t3ryGx4cj53Lv8TKqo--Q6HQUMrcI5NZoEleI7ewsETSPx827GEaoxg8U6Hljx4B-ikmPmu0qaEtX24wyd9kh2j6pfg8lhbRaD_QNAqzL6YOHtabAspu-YS1tWmfwdbGVTLQprgPeDFSduFYL4vCoGwuI5_K-JLPcT_nhCapbM3HcPUw0S14T8_Ej3EmFsMzHoVZVSmlHxNGenIZJrgfR_Mzsc-FgGhd28ipJSiALd3&amp;__tn__=K-R&amp;eid=ARBhFCoKKeuZRAvU9Xy1X97QLqrx7ZrNitjABqgOqO-VnMYMqupRHstYtO5CpgFT9ULKiFleQKzWy19m&amp;fref=mentions">PM2.5 Daily ตระเวนวัดค่าฝุ่นทั่วไทย</a> ไปก่อนก็ได้ครับ เพจนี้มีแอดมินที่มีเครื่องวัดอยู่หลายคนกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพอยู่แล้วครับ <br>.<br>เครื่องมีประโยชน์ตรงที่เราได้เห็นค่าชัดๆ ในพื้นที่ใช้ชีวิตประจำวันของเรา หน้าบ้านวัดได้เท่าไหร่ ในบ้านเท่าไหร่ ในบ้านใกล้ประตูเท่าไหร่ ในห้องนอนชั้นบนเท่าไหร่ ในห้องนอนเปิดแอร์เท่าไหร่ ในห้องนอนเปิดเครื่องฟอกอากาศเท่าไหร่ มันทำให้เรามีไอเดียว่าพฤติกรรมฝุ่นเป็นยังไงครับ<br>-------------------------<br>แถมรีวิวแบบเจาะลึกสำหรับคนชอบอ่าน<br>.<br>วิธีวัดของเครื่องขนาดพกพาแบบนี้คือด้านหลังของเครื่องจะมีช่องให้อากาศผ่านเข้ามา มันใช้การวัดการกระเจิงของแสง โดยตัวเครื่องจะยิงเลเซอร์ออกไปที่อากาศที่ผ่านเข้า เมื่อเจอฝุ่นละอองแล้วจะเกิดการหักเหของแสงไปกระทบกับไดโอดและวัดค่าทางไฟฟ้ามาแปลงเป็นตัวเลขค่าฝุ่น ทำให้มันวัดค่าแบบเรียลไทม์ได้เลย <br>.<br>เทียบกับเครื่องแบบตั้งโต๊ะที่ราคาสูงกว่าเช่นของ AirVisual (บริษัทเดียวกับที่ทำแอป) เข้าใจว่าแอปต่างๆ เอาค่ามาจากสถานที่สำคัญๆ ก็วัดด้วยเครื่องรุ่นใหญ่แบบนี้ครับ เครื่องแบบนี้จะใช้นับจำนวนฝุ่นเฉลี่ยที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลานึงเลยจะใช้เวลานานกว่าในการตรวจวัด และวัดแบบเรียลไทม์ไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าไม่มีแอปไหนเลยที่แสดงค่าแบบเรียล์ไทม์ <br>.<br>รู้ได้ไงว่าเครื่องวัดมีความน่าเชื่อถือ? ผมมีทดลองหลายวิธีครับ<br>- จากที่พกติดตัว เปิดดูเรื่อยๆ ค่าก็ค่อนข้างสอดคล้องกับแอป วันไหนแอปบอกค่าฝุ่นสูง เครื่องก็แสดงค่าฝุ่นสูง<br>- ผมลองเอาเครื่องไปจ่อท่อไอเสียค่าก็พุ่ง จ่อเตาปิ้งย่างค่าก็ขึ้น<br>- เอาสองเครื่องมาวางข้างๆ กันก็วัดได้ค่าใกล้เคียงกันมากๆ <br>.<br>จริงๆ ในตลาดยิ่งอย่างในเว็บ Aliexpress ของจีนที่ประสบปัญหาฝุ่น 2.5 มาก่อนเรา มีเครื่องวัดขายสารพัดยี่ห้อมากๆ ครับ แต่ผมเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่า Xioami เป็นแบรนด์ดัง ผลิตภัณฑ์ของเค้าน่าจะมีความน่าเชื่อถือ (พูดเหมือนได้ค่าคอมมิชชั่น 555)<br>.<br>ตัวเครื่องสามารถต่อกับแอป Mi Home ผ่านไวไฟ เอาไว้ดูค่าและบันทึกค่าในมือถือได้ครับ (แต่ผมทำไม่สำเร็จใน iOS มีเพื่อนทำสำเร็จใน Android)<br>.<br>จบข่าวจ้า</p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ฝุ่นในกรุงเทพเมื่อ 13 ปีก่อน]]></title><description><![CDATA[วันนี้ admin เอาผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างฝุ่นในกรุงเทพ เมื่อ 13 ปีก่อนมาเล่าให้ฟังค่ะ ]]></description><link>http://blog.iyawat.com/funainkrungethphemuue-13-piik-n/</link><guid isPermaLink="false">5cfa70edbd0b20674cd4379e</guid><category><![CDATA[PM2.5]]></category><dc:creator><![CDATA[iyawat]]></dc:creator><pubDate>Mon, 03 Jun 2019 07:55:39 GMT</pubDate><content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ admin เอาผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างฝุ่นในกรุงเทพ เมื่อ 13 ปีก่อนมาเล่าให้ฟังค่ะ (ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในปี 2006) งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยของรุ่นน้อง admin เอง ที่ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำร่วมกับ Professor จาก University of Viennaหลายคนอาจมีคำถามว่าฝุ่นมาเยอะปีนี้หรือเปล่า มันมาจากไหน เมื่อก่อนฝุ่นในกรุงเทพเยอะแค่ไหน <br><br>งานวิจัยนี้ทำการเก็บตัวอย่างฝุ่นในกรุงเทพ โดยแยกขนาดอนุภาคฝุ่นขนาดเล็ก เป็น PM10, PM2.5 และ PM1 และเปรียบเทียบกันระหว่างฤดูฝนและฤดูแล้ง<br><br>PM10 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 10 ไมโครเมตร (ซึ่งรวม PM2.5 และเล็กกว่าอยู่ในนั้นด้วย)<br>PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 2.5 ไมโครเมตร (ซึ่งรวมถึง PM1 และเล็กกว่าอยู่ในนั้นด้วย)<br>PM1 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าหรือเท่ากับ 1 ไมโครเมตร<br><br>จากผลการทดลองเป็นกราฟแท่งดูง่ายๆ แต่มีจุดน่าสังเกตอยู่หลายอย่างเลยทีเดียว<br><br>- ค่า PM10 ที่เห็นมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งเป็นฝุ่นขนาดเล็ก โดยมีปริมาณมากกว่าครึ่งของ PM10 เป็น PM2.5 และเมื่อเราพิจารณาไปที่ขนาดที่เล็กกว่า ก็พบว่าเกินครึ่งของ PM2.5 เป็นฝุ่น PM1 ที่มีขนาดเล็กมากกว่าไปอีก แปลว่าฝุ่นที่อยู่กับเราเกินครึ่งเป็นฝุ่นที่ขนาดเล็ก (ซึ่งยิ่งเล็กยิ่งอันตราย)<br><br>- ค่าฝุ่นเมื่อเทียบกันในฤดูฝนจะเห็นว่ามีค่าน้อยกว่าฤดูแล้ง อันนี้ดูปรกติ แต่ที่น่าสนใจมากๆ คือ สังเกตดูว่าความต่างของปริมาณฝุ่นทั้ง 2 ฤดู จะต่างกันมากเมื่อฝุ่นนั้นขนาดใหญ่อย่าง PM10 แต่หากเราดูที่ฝุ่นขนาดเล็กมากๆ อย่าง PM1 ความต่างของปริมาณฝุ่น แทบจะไม่แตกต่างกันเลย นั่นแปลว่า ฝนก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักสำหรับฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆ อย่าง PM1 หรือแม้แต่ PM2.5<br><br>- สุดท้ายเรื่องที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง ถ้าเราดูความเข้มข้นของฝุ่นในหน่วย ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะพบว่า แม้แต่เมื่อ 13 ปีที่แล้ว กรุงเทพ มีความเข้มข้นฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 มากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่แล้ว (การทดลองนี้เก็บตัวอย่างฝุ่นในย่านที่มีการจราจรริมถนน)<br><br>สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ลองไปติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ตามอ้างอิงด้านล่างนะคะ<br><br>สุดท้ายงานวิจัยนี้พยายามบอกทุกคนมาตั้งแต่ปี 2006 แล้วว่า ฝุ่น PM2.5 มันมีอยู่จริงใกล้ตัวเราและเกินมาตรฐานมานานแล้ว ถึงแม้ว่าในตอนนั้น PM10 ยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรก็ตาม เราน่าจะหันมาสนใจฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้กันเถอะ <br><br>แม้ว่าฝุ่นขนาดเล็กจะมีมานานแล้ว แต่แนวโน้มฝุ่นขนาดเล็กเพิ่มขึ้นทุกปี จนวันนี้เราเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน และทำให้ทุกคนได้รู้จัก PM2.5 หลังจากผ่านมา 13 ปี เราทุกคนจึงควรตระหนักและไม่เพิกเฉยกับปัญหานี้ อย่าลืมป้องกันตัวเองด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนสุขภาพดีค่ะ<br></p><!--kg-card-begin: image--><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="http://blog.iyawat.com/content/images/2019/06/51421327_316523222311258_4877416418125021184_o.jpg" class="kg-image"></figure><!--kg-card-end: image--><p><br>อ้างอิง: T.Prasserttachato, A.Podgorski, J.H. Luckner, M.Furuuchi, L.Gradon, S.Suvachittanont and W.W.Szymanski, “Sampling and Characterization of PM-fractions of Ambient Particulate Matter in Bangkok Utilizing a Cascade Virtual Impactor”, Aerosol and Air Quality Research, Vol.6, No.1, pp.67-81, 2006</p>]]></content:encoded></item></channel></rss>